EyWwB5WU57MYnKOuFqWxNsFbQxSS3GrcVTd0FeXOekzCBLG1VYjlIq

บริโภคกระเตื้อง ดัชนีเชื่อมั่นภาคอุตฯ พ.ย.พุ่งเดือนที่ 3 สูงรอบ 7 ด.

EyWwB5WU57MYnKOuX7Fl0kLZPjSOGFDTxYovSMPejprcfsA5Z5Ps6x

ดัชนีเชื่อมั่นภาคอุตฯ พ.ย. พุ่งต่อเนื่องเดือนที่ 3 ปรับขึ้นที่ระดับ 85.8 สูงรอบ 7 เดือน ชี้บริโภคในประเทศมีทิศทางดีขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการส่งออก ยังกังวล ศก.คู่ค้าชะลอตัว ปัญหาภัยแล้ง จี้รัฐเร่งเบิกจ่ายลงทุน ส่วนยอดส่งออกรถยนต์ 11 เดือน เพิ่มขึ้น 7.63%…

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมไทย ในเดือน พ.ย.58 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือน พ.ย.58 อยู่ที่ระดับ 85.8 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 84.7 ในเดือน ต.ค.58 โดยเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน และอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน ซึ่งเกิดจากองค์ประกอบยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต และผลประกอบการ

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการเห็นว่าการบริโภคภายในประเทศมีทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่น กลุ่มเฟอร์นิเจอร์ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องจักรกล และกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและยา ขณะเดียวกันราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับลดลงต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อต้นทุนการขนส่งของผู้ประกอบการ ความเชื่อมั่นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นทำให้ผู้ประกอบการมีการลงทุนในการปรับปรุง เครื่องจักรและเทคโนโลยีในกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินกิจการ

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการส่งออกยังคงมีความกังวลต่อการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า รวมทั้งปัญหาภัยแล้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ของภาคเกษตร โดยเห็นว่ายุทธศาสตร์การสร้างความเชื่อมโยง ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคจะส่งผลดีต่อการขยายการค้าการลงทุน ภายใต้ความผันผวนของสภาวะเศรษฐกิจโลก

ขณะที่ค่าดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 104.4 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 103.4 ในเดือน ต.ค. โดยค่าดัชนีความเชื่อมั่นฯ คาดการณ์ที่เพิ่มขึ้น เกิดจากองค์ประกอบ ยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต และผลประกอบการ

สำหรับข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการที่มีต่อภาครัฐในเดือน พ.ย. คือ เร่งการเบิกจ่ายงบลงทุนในโครงการขนาดเล็ก ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล สนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกการค้าชายแดนด้านการขนส่งสินค้าให้มีความคล่องตัวมากขึ้น และจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าอุตสาหกรรม และรองรับการเติบโตของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ในเดือน พ.ย. 58 ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปได้ 101,650 คัน ลดลง 4.64% จากเดือน พ.ย. 57 คิดเป็นมูลค่าการส่งออกรถยนต์ 54,615.81 ล้านบาท ส่งผลให้ช่วง 11 เดือนของปีนี้ (ม.ค.-พ.ย.58) ส่งออกรถยนต์ได้ทั้งสิ้น 1,118,245 คัน เพิ่มขึ้น 7.63% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่า 546,135.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.87% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

ขอบคุณที่มา    http://www.thairath.co.th/content/552604

Read More

ดาวน์โหลด

แรงงานต่างด้าวขาดแคลนหนัก สภาอุตฯตรัง ติวเข้มเถ้าแก่รับมือ

ภาคการผลิตกุมขมับ เจอปัญหาขาดแคลนคนงานในระดับผู้ใช้แรงงานอย่างหนัก “สภาอุตฯตรัง” ติวเข้มผู้ประกอบการรับมือวิกฤตแรงงานต่างด้าว หลังพบนายหน้าบางกลุ่มถือโอกาสหลอกลวง บิดเบือนข้อมูลต่อนายจ้าง หวั่นทำผิดกฎหมายแรงงาน ขณะที่จังหวัดเตือนให้จดทะเบียนแรงงานต่างด้าวให้ถูกต้อง หากเกินกำหนดจะถูกดำเนินคดีหนัก

นายอดิศร ตันเองชวน ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตรัง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการประสบปัญหาอุปสรรคมากมายทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจในประเทศและในระดับโลก การกีดกันทางการค้า การขาดแคลนแรงงานและอื่น ๆ โดยเฉพาะปัญหาที่ผู้ประกอบการหรือสถานประกอบการในจังหวัดตรังพบอยู่ตลอดเวลา คือ การขาดแคลนแรงงานในระดับผู้ใช้แรงงานเป็นอย่างมาก

14482577711448423556l

นายอดิศร ตันเองชวน

ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องใช้แรงงานต่างด้าวเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกันปัจจุบันพบว่าแรงงานต่างด้าวที่มาทำงานในสถานประกอบการ มีพฤติกรรมเปลี่ยนนายจ้าง ย้ายสถานที่ทำงาน และเดินทางกลับประเทศ นอกจากนั้นยังละเลยต่อการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานอยู่ตลอดเวลา ทำให้สถานประกอบการต่าง ๆ ขาดแคลนแรงงานอย่างต่อเนื่องและมากขึ้นเรื่อย ๆ

“จากปัญหาดังกล่าวจึงทำให้ผู้ประกอบการต้องจัดหาแรงงานอยู่ตลอดเวลา ทำให้มีกลุ่มตัวแทนหรือนายหน้าบางกลุ่มถือโอกาสหลอกลวง หรือให้ข้อมูลที่บิดเบือนความจริงต่อนายจ้างและผู้ที่มาทำงานในสถานประกอบการ ทำให้เกิดการกระทำผิดกฎหมายแรงงาน หรือเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการปฏิบัติของนายจ้าง ตัวแทนนายจ้าง ตัวแทนลูกจ้าง และลูกจ้างในสถานประกอบการ”

นายอดิศรกล่าวว่า สภาอุตสาหกรรมจังหวัดตรังและหน่วยงานภาคเอกชนเล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องดังกล่าว จึงจัดให้มีโครงการสัมมนาความรู้และแนวทางการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ซึ่งจังหวัดตรังจะเป็นจังหวัดนำร่องที่จะทำให้ผู้ประกอบการได้รับความรู้และร่วมมือปฏิบัติตามแนวทางที่ถูกต้องตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์อย่างเคร่งครัดต่อไป

ด้านนายสุธรรมบัวแก้วจัดหางานจังหวัดตรังเปิดเผยว่า มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2558 กำหนดให้แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ (เมียนมา ลาว กัมพูชา) ในกิจการประมงทะเลมาจดทะเบียน ณ ศูนย์บริการจดทะเบียนต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ (One stop service) ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันดำเนินการ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน-29 มิถุนายน 2558 แล้ว

อย่างไรก็ตาม เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานประมงทะเล ทางสำนักงานจัดหางานจังหวัดตรังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เปิดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวดังกล่าว รอบที่ 2 ณ ศูนย์ประสานงานแรงงานประมงทะเล ด้านหลังที่ว่าการอำเภอกันตัง โดยจะเปิดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2558 และวันที่ 2, 9, 16, 23 ธันวาคมนี้ ส่วนปี 2559 จะเปิดจดทะเบียนในวันที่ 6 , 13, 20 มกราคม และระหว่างวันที่ 27-30 มกราคม 2559

“ขอให้นายจ้างนำแรงงานต่างด้าวในกิจการประมงทะเลมาขึ้นทะเบียน หากพ้นกำหนดจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2551 นายจ้างต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 10,000-100,000 บาทต่อการจ้างแรงงานต่างด้าว 1 คน ส่วนแรงงานต่างด้าวจะมีความผิดจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000-100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” นายสุธรรมกล่าว

 

ขอบคุณที่มา    http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1448257771#

Read More

menulogo

เบทาโกรทุ่ม 2 หมื่นล้านสร้างฟู้ดคอมเพล็กซ์ทั่วประเทศ

14479473181447947407l (1)

นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือเบทาโกร ผู้ดำเนินธุรกิจเนื้อสัตว์ครบวงจร กล่าวว่า เตรียมทุ่มงบประมาณ 20,000 ล้านบาท สร้างโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ครบวงจร หรือเรียกว่าฟู้ดคอมเพล็กซ์ อีก 3 แห่ง ในภาคกลางตอนบน, ตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ จากเดิมที่ลงทุนไปแล้วที่ภาคเหนือและกลาง
“คาดว่าทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในปี 2563 สอดรับกับแผนบริษัทจะเน้นทำการตลาดเจาะกลุ่มลูกค้าบุคคลมากขึ้น จากปัจจุบันที่เป็นสัดส่วนรายได้เพียง 20% ของทั้งบริษัท ปัจจุบันบริษัทมีสินค้าแปรรูปอยู่ 2 แบรนด์ ได้แก่ เบทาโกร และเอสเพียว ซึ่งทั้งสองแบรนด์ดังกล่าวปีนี้ยอดขายอยู่ที่ 20,000 ล้านบาท จากยอดขายรวมปีนี้ 90,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนกว่า 20%”

บริษัทต้องการเพิ่มสัดส่วนดังกล่าวให้เพิ่มขึ้น ขณะที่สินค้าแปรรูปยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเนื้อสัตว์ได้อีก 10-15% รวมทั้งตลาดยังมีช่องว่างอยู่มาก เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยมความสะดวกสบายมากขึ้น
นอกจากนี้ จะเร่งสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักแก่ผู้บริโภคมากขึ้น ล่าสุดใช้งบกว่า 100 ล้านบาท เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาใหม่ สื่อสารถึงการปรุงอาหารทั้งจากเนื้อสัตว์และอาหารแปรรูป ส่งต่อความรู้สึกดีๆ ให้แก่กันในเทศกาลสำคัญที่จะมาถึงในช่วงปลายปี เชื่อว่าจะสามารถกระตุ้นยอดขายในช่วงโค้งสุดท้ายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ 90,000 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีก่อน 12% ได้อย่างแน่นอน
สำหรับผลประกอบการในปีนี้ยังสามารถเติบโตได้ดี โดยช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา การขายเติบโตตามเป้าหมาย เพราะเป็นสินค้าบริโภคที่จำเป็น อีกทั้งยังจำหน่ายในราคาไม่แพง

 

ขอบคุณที่มา    http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1447947318

Read More

B11717083-1

ดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรมพุ่ง! ส.อ.ท.เผยมั่นใจปีหน้ายอดผลิตรถยนต์แตะ 2 ล้านคัน

EyWwB5WU57MYnKOuYBmau2FprjdG9AT59rRYTyt5HxZ2L8Rtu0hhCs

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมไทยในเดือน ต.ค. ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 84.7 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 82.8 ในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปรับตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 และสูงสุดในรอบ 5 เดือนนับตั้งแต่ มิ.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่ดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นระดับ 103.4 เพิ่มขึ้นจาก 102.6 ในเดือน ก.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวสูงสุดในรอบ 11 เดือน

ด้านนายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ยอดผลิตรถยนต์ของประเทศไทยเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกับปีก่อน 3.52% โดยมีการผลิตอยู่ที่ 165,381 คัน ขณะที่ภาพรวมยอดผลิตรถยนต์ 10 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ต.ค.) มีจำนวนรวม 1,597,140 คัน ซึ่งเป็นผลจากการผลิตเพื่อส่งออกเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกับปีก่อนเป็นหลัก 63.84% ของยอดการผลิตทั้งหมด หรืออยู่ที่ 1,019,576 คัน ขณะที่ยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศลดลง 36.16% อยู่ที่ 577,564 คัน

นายสุรพงษ์กล่าวว่า อีก 1 เดือนที่เหลือของปีนี้คือเดือน ธ.ค. กลุ่มยานยนต์มั่นใจว่ายอดการผลิตรถยนต์ของประเทศไทยรวมตลอดปีนี้จะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้คือ 1.95 ล้านคัน เนื่องจากความต้องการซื้อรถยนต์ของประชาชนได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ก่อนที่จะมีการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ที่มีผลบังคับใช้ในต้นปีหน้า ประกอบกับงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 32 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 3-13 ธ.ค.นี้ จะช่วยกระตุ้นให้คนตัดสินใจซื้อรถยนต์เร็วขึ้น ส่งผลให้ยอดผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายในประเทศทำได้ 750,000 คัน ส่วนยอดผลิตเพื่อส่งออกยังคงอยู่ในเกณฑ์ดีคาดทั้งปีทำได้ 1,200,000 คัน

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดกลุ่มยานยนต์ได้ประเมินแนวโน้มยอดขายรถยนต์ปี 2559 คาดว่าจะเติบโตได้ 3-4% สอดคล้องกับอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีหน้าที่มีแนวโน้มขยายตัว 3-3.5% โดยมองแนวโน้มยอดผลิตรถยนต์ภาพรวมปีหน้าจะเพิ่มขึ้นไปที่ระดับ 2 ล้านคัน.

 

ขอบคุณที่มา    http://www.thairath.co.th/content/541759

Read More