7545_160209163540V4

แม้ว่าดีแทคจะแพ้ในการประมูล 900MHz

แม้ว่าดีแทคจะแพ้ในการประมูล 900MHz แต่มันก็ทำให้ดีแทคมีเงินที่ทีแรกเตรียมไว้ใช้ประมูลในมือถึง 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ ทาง dtac เปิดเผยว่าจะนำมาลงทุนขยายโครงข่าย พัฒนา 4G ให้กลายเป็น Super 4G ซึ่งจะสามารถทำความเร็วได้สูงกว่า 4G แบบเดิมถึง 3 เท่า พร้อมกับโปรโมชั่น Super offering ให้ลูกค้าดีแทคและแฮปปี้ได้สัมผัสกัน

7545_160209163540V4

โครงการ Super 4G เป็นโปรเจคส์ใหญ่ของ dtac ที่จะทำให้ 4G บนคลื่น 1800MHz ทำความเร็วได้มากขึ้นสามเท่า ด้วยการขยายแบนด์วิธจากเดิม 5MHz เป็น 15MHz ซึ่งจะทำให้เป็นผู้ให้บริการที่มีแบนด์วิธกว้างมากที่สุด โดยเมื่อรวมกับ 4G บนคลื่น 2100MHz ที่มีแบนด์วิธ 5MHz ทำให้ 4G ของดีแทค มีแบนด์วิธรวมกว้างมากถึง 20MHz รองรับอุปกรณ์มือถือทุกรุ่นทุกยี่ห้อในตลาดที่รองรับ 4G

โดยดีแทควางเป้าหมายจะทำให้ 4G คลื่น 1800MHz ครอบคลุมพื้นที่ 77 จังหวัดในไตรมาสที่ 2 และ 4G คลื่น 2100MHz จะครอบคลุมกว้างไกลครบทุกอำเภอ 878 ทั่วไทย ในไตรมาสที่ 3

ทั้งนี้ดีแทค ยังมีข้อเสนอ Supper 4 Offerings กับ 4 ซูเปอร์แพ็กเกจสุดคุ้มทั้งค่าโทรและค่ามือถือ ให้ลูกค้าได้เลือกใช้

  1. Super Sale เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัส Super 4G ดีแทคมีแจกสมาร์ทโฟนที่รองรับ 4G ให้ฟรี และมีส่วนลดให้สูงสุดถึง 75% สำหรับคนที่ต้องการใช้งานรุ่นอื่นๆ เช่น ฟรี Samsung Galaxy J2, Zenfone 2 Laser ลด 75% และ iPhone 6s ลด 19% แถมยังได้เน็ตเพิ่มอีก 24GB เมื่อสมัครแพ็คเกจที่กำหนด
  2. Super Love & Roll non stop เล่นได้ทั้ง 4G/3G ราคาเริ่มต้นเพียง 299 บาท พิเศษได้ใช้ 4G/3G ถึง 10GB เพียง 499 บาท หากใช้ไม่หมดทบไปเดือนหน้าได้ FUP ที่ 384kbps
  3. Super Topping โปรสุดคุ้ม 19 บาท ใช้ได้ 24 ชั่วโมง เล่น 4G/3G เต็มสปีด 100Mbps ได้ถึง 500MB หากใช้หมดยังสามารถใช้งานต่อได้จนกว่าจะหมดเวลาแพ็คเกจ
  4. Super Device ดีแทคได้ทุ่มงบประมาณถึง 2 พันล้านบาท เสนอให้ลูกค้าในระบบเติมเงินได้เปลี่ยนฟีเจอร์โฟน 2G ให้เป็น 4G/3G เพื่อประสบการณ์ใช้อินเตอร์เน็ตที่ให้ชีวิตซูเปอร์กว่าใคร

7545_160209163534FD

ปัจจุบันดีแทคมีจำนวนผู้ใช้บริการรวมอยู่ที่ 25.3 ล้านราย ในจำนวนนี้เป็นลูกค้า 4G จำนวน 2.3 ล้านราย มีลูกค้าที่ใช้สมาร์ทโฟน 61% ของจำนวนผู้ใช้บริการทั้งหมด เพื่มขึ้นจากระดับ 48% เมื่อปีก่อน จากกิจกรรมการตลาดส่งเสริมการขายโทรศัพท์ โดยมีลูกค้าที่ถืออุปกรณ์ที่รองรับเทคโนโลยี 4G อยู่ 15% ของฐานลูกค้าทั้งหมด มีจำนวนผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ่้นมาอยู่ที่ 14.2 ล้านราย นอกเหนือจากนี้ เรายังวางแผนที่จะเปิดตัวแบรนด์แพลตฟอร์มเพื่อที่จะทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ และตำแหน่งทางการตลาดชัดเจนมากขึ้น โดยแบรนด์แพลตฟอร์มนี้จะเป็นรากฐานที่มั่นคงสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีที่สุดและโห้มากกว่า

7545_160209163543DP

 

ขอบคุณที่มา   http://news.thaiware.com/

Read More

4G-021

5 แบงก์ลงขันค้ำประกัน 4 จี ‘ทรู’

EyWwB5WU57MYnKOuX4AEtLAUKJJdxfeIvwyt0jwZykgzEJi9ILckGk

ลุ้น “แจสโมบาย” ได้สิทธิไปต่อหรือหยุดธุรกิจมือถือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ในเครือทรู เตรียมจ่ายเงินประมูล 4 จี ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ ให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ภายในเดือน ก.พ.นี้ หรืออย่างช้าภายในวันที่ 18 มี.ค.-22 มี.ค. ตามที่ กสทช.กำหนด โดยทรูมูฟเอชจะต้องจ่ายเงินค่าประมูลงวดแรก 8,040 ล้านบาท พร้อมหนังสือค้ำประกันทางการเงิน 73,000 ล้านบาท โดยมีธนาคารพาณิชย์ 5 ราย ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และธนาคารไอซีบีซี จำกัด ซึ่งจะออกหนังสือค้ำประกันในวงเงินที่เท่ากันรายละ 14,600 ล้านบาท

ทั้งนี้ การปล่อยกู้ให้ทรูมูฟเอชนั้น ไม่มีปัญหา เนื่องจากบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ มีความแข็งแกร่ง และมีบริษัทไซน่าโมบาย ยักษ์โทรคมนาคมของจีน ถือหุ้น 18% ส่วนการออกหนังสือค้ำประกันให้กับบริษัทแจสโมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ผู้ชนะประมูล 4 จี คลื่น 900 ขณะนี้ยังไม่มีการเคลื่อนไหว อย่างไรก็ตามหากแผนธุรกิจของแจสไม่มีความชัดเจน ถือว่ามีความเสี่ยง ทำให้ธนาคารพาณิชย์วิตกว่าหากร่วมออกหนังสือค้ำประกัน หากไม่สามารถดำเนินการได้ ธนาคารจะต้องรับผิดชอบตามหนังสือค้ำประกัน

นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในส่วนของธนาคารกสิกรไทย คณะกรรมการ (บอร์ด) จะประชุมวันที่ 28 ม.ค.นี้ เพื่อพิจารณาอนุมัติการออกหนังสือค้ำประกันให้กับทรูมูฟเอช ส่วนแจสยังไม่ได้ยื่นข้อเสนอ หากเสนอมาก็รับไว้พิจารณา ทั้งนี้ ยอมรับว่าธุรกิจ 4 จี มีความเสี่ยงต่ำกว่าทีวีดิจิตอล เนื่องจากเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่และมีประสบการณ์อยู่แล้ว โดยเฉพาะกลุ่มทรูที่เคยทำธุรกิจด้านโทรคมนาคมมาก่อน แต่อีกรายยังไม่มีฐานลูกค้า เพราะฉะนั้น ต้องมาดูแผนธุรกิจก่อน ขณะที่ธุรกิจทีวีดิจิตอลส่วนใหญ่เป็นผู้เล่นใหม่และมีหลายรายหลายราคาที่ประมูลมีราคาสูงทำให้มีผู้ประกอบการบางรายต้องถอนตัวไป.

 

ขอบคุณที่มา    http://www.thairath.co.th

Read More

4G-021

ประมูลไม่ได้มีหนเดียว! บิ๊กเทเลนอร์ ยัน ไม่ทิ้ง ‘ดีแทค’ พร้อมขยาย 4G ทั่วไทย

EyWwB5WU57MYnKOuX36OEtw7962EkYYTMNrLUDH6I28plJOAo0NM2k

ซิคเว่ เบรคเก้ ผู้บริหารระดับสูงจากกลุ่มเทเลนอร์ ย้ำความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจของดีแทค ชี้ พลาดประมูลครั้งนี้ไม่เป็นปัญหา พร้อมต้อนรับผู้เล่นรายใหม่เข้าสู่ธุรกิจโทรคมฯ…

หลังจากเสร็จสิ้นการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ เมื่อช่วงสิ้นปี 2558 ก็มีหลายกระแสเกิดขึ้น ทั้งความกังขาในการให้บริการของผู้เล่นรายใหม่ที่เกิดขึ้น หลังจากเป็นผู้คว้าชัยในการประมูล ความไม่มั่นใจในผู้ให้บริการที่พลาดใบอนุญาต หรือแม้แต่กระแสถอนการลงทุนในธุรกิจ หลังพลาดหวังจากการประมูล

ล่าสุด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีเแทค ได้แถลงข่าวถึงทิศทางจากนี้ และตอกย้ำความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจ โดยอดีต CEO ของดีแทคอย่าง “ซิคเว่ เบรคเก้” ซึ่งขณะนี้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของเทเลนอร์ ได้ออกมาพูดถึงเรื่องดังกล่าวด้วยตนเอง

“ยืนยันว่า เทเลนอร์จะไม่ถอนการลงทุนจากดีแทคในประเทศไทยอย่างแน่นอน และจะสนับสนุนทุกการลงทุนที่ดีแทคต้องการ เนื่องจากเทเลนอร์มี 3 มุมมองในการดำเนินธุรกิจ คือ มีวิสัยทัศน์ระยะยาวในการลงทุน มีความเข้าใจธุรกิจว่าต้องมีทั้งช่วงที่เติบโตและตกต่ำ ประกอบกับปัจจุบันเอเชียเริ่มมีบทบาทในฐานะผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์และบริการ โดย 8 ใน 10 แบรนด์ชั้นนำก็มาจากแบรนด์เอเชีย อาทิ ซัมซุง หัวเว่ย วีแชต ไลน์ เป็นต้น เอเชียจึงกลายเป็นตลาดที่สำคัญของเทเลนอร์ และยังคงเป็นประเทศที่เทเลนอร์จะลงทุนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเอเชียอาจกลายเป็นผู้นำในการพัฒนาเชิงดิจิตอลในอนาคต” นายซิคเว่ เบรคเก้ ประธาน และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทเลนอร์กรุ๊ป กล่าว

ไม่ชนะประมูล “ดีแทค” ไม่เป็นไร!
นอกจากนี้ นายซิคเว่ ยังกล่าวอีกว่า ค่อนข้างรู้สึกประหลาดใจกับราคาการประมูลใบอนุญาตดังกล่าว เพราะเชื่อว่าในอนาคต รัฐบาลจะมีการจัดสรรคลื่นความถี่บนย่านต่างๆ ออกมาใช้ประโยชน์ด้านโทรคมนาคม ทั้งคลื่นอื่น 700 850 1800 2300 2600 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งเชื่อว่า ดีแทคยังสามารถมีโอกาสที่จะแข่งขัน และประมูลคลื่นในอนาคตอย่างแน่นอน ขณะเดียวกัน คลื่นความถี่จำนวน 50 เมกะเฮิรตซ์ บนคลื่น 850 1800 2100 เมกะเฮิรตซ์ ที่ดีแทคมีอยู่ในปัจจุบันก็ถือว่ามีจำนวนน้อยกว่าคู่แข่งไม่มากนัก (บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีคลื่นความถี่สูงสุด มากที่สุด รวม 55 เมกะเฮิรตซ์ ได้แก่ คลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ (ภายใต้สัญญาสัมปทานกับ บมจ.กสท โทรคมนาคม) จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์, 900 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 10 เมกะเฮิรตซ์, 1800 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์, 2100 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์) จึงเชื่อว่าคลื่นความถี่ที่มีอยู่ทั้งหมด จะเพียงพอต่อการให้บริการลูกค้า และจะสามารถเอาชนะคู่แข่งขันรายอื่นได้ สำหรับการใช้งานภายในช่วงเวลา 5 ปีจากนี้

“การที่ดีแทคไม่ต้องจ่ายเงินจำนวนมากให้กับการประมูลใบอนุญาตฯ ทำให้เรามีงบประมาณเพื่อพัฒนาโครงข่าย และบริการได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกำกับดูแล ได้เร่งจัดทำโรดแม็ปในการใช้คลื่นความถี่ให้ชัดเจนโดยเร็ว ซึ่งจากการที่ นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของดีแทคได้เข้าพบ นายอุตตม สาวนายน รมว.กระทรวงไอซีที แล้ว ก็มีความมั่นใจว่าในอนาคตจะมีการจัดสรรคลื่นความถี่ออกมาใช้งานได้อย่างเหมาะสม เนื่องจากการประมูลครั้งที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้ให้รัฐบาลเป็นจำนวนมาก จึงอาจเป็นเรื่องแปลก หากรัฐบาลไม่พยายามผลักดันให้เกิดความชัดเจนในการใช้งานคลื่นความถี่ที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ ส่วนการประเมินมูลค่าคลื่นในการประมูลแต่ละครั้งนั้น เป็นเรื่องที่บริษัทจะพิจารณาจากหลายๆ ปัจจัย เพื่อประโยชน์ และความเหมาะสมในการดำเนินธุรกิจระยะยาว”

เดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง…
สำหรับการลงทุนในปีนี้ คาดว่าจะเป็นการลงทุนด้วยงบประมาณที่ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา หรือประมาณ 20,000 ล้านบาท โดยขณะนี้ ดีแทคได้ดำเนินการขยายพื้นที่ให้บริการ 4จี อย่างต่อเนื่อง อาทิ แผนขยายซุปเปอร์สปีด 4จี จากกรุงเทพฯ ไปยังหัวเมืองจังหวัดต่างๆ และการให้บริการ 4จี บนคลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อให้บริการทั่วประเทศ รวมถึงการเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานจากเดิม 2 ล้านราย เป็น 4.5 ล้านรายภายในสิ้นปีนี้ ด้วยรูปแบบการแข่งขันใหม่ๆ ของดีแทคที่เปลี่ยนแปลงจากเดิม

ยินดีต้อนรับน้องใหม่โทรคมฯ
ส่วนผู้ให้บริการรายใหม่ (บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด) ที่จะเข้าสู่อุตสาหกรรมโทรคมนาคมนั้น บริษัทไม่กลัวผู้เล่นรายใหม่ แต่มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งสำหรับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม ตลาดโทรคมนาคมนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายในการทำธุรกิจ เพราะนอกจากการสร้างแบรนด์ ก็ยังมีการสร้างเครือข่าย และการดำเนินงานในด้านอื่นๆ อีกด้วย แต่ก็ขอให้โชคดี

มุมมองตลาดสื่อสารไทย…
เนื่องจากเทเลนอร์ทำตลาดในเอเชียมานานกว่า 15 ปี ไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศสำคัญในการให้บริการของเทเลนอร์ โดยสามารถสร้างรายได้ให้กับเทเลนอร์ได้ในอัตราที่ใกล้เคียงกับนอร์เวย์ ซึ่งรายได้ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีที่ผ่านมา เทเลนอร์มีรายได้จากการบริการด้านโมบายล์ของไทย ราว 14.4% ขณะที่นอร์เวย์อยู่ที่ 8.5% อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มการใช้งานของลูกค้าชาวไทยที่มีสัดส่วนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงศักยภาพของตลาดเอเชียในการเป็นผู้พัฒนาบริการ และแอพพลิเคชั่น ก็เชื่อว่าไทยจะเป็นหนึ่งในตลาดที่สามารถเป็นผู้พัฒนาเพื่อตอบสนองการใช้งานด้านดิจิตอลด้วยความคิดสร้างสรรค์ รองรับเทรนด์การใช้งานอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงค์ ที่เน้นการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์กับอุปกรณ์ และเทรนด์การให้บริการ 4จี อีกด้วย.

 

ขอบคุณที่มา      http://www.thairath.co.th

Read More

4G-021

ไม่มีใครถอย! ประมูล 4 จี 2 ใบอนุญาต ราคาทะลุกว่า 6.3 หมื่นล.

EyWwB5WU57MYnKOuYBsjxmPbE3tf8BA6uk0GPvoBIG4VZ915wWm9X9

พักการประมูล 4 จี คลื่น 900 MHz เคาะราคา 2 ใบอนุญาต ทะลุค่าเฉลี่ย ใบละ 31,862 ล้านบาท รวม 63,724 ล้านบาท ลุยต่อ 09.00 น. วันนี้

วันที่ 16 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประมูล 4จี คลื่น 900 MHz ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นไปตามกฎของ กสทช. ที่ต้องสั่งพักประมูลชั่วคราว เป็นครั้งที่สอง ในเวลา 06.00 น. โดยจะเปิดให้เคาะราคากันต่อ ในเวลา 09.00 น. วันที่ 16 ธ.ค.นี้ ทั้ง 4 บริษัทยังคงเสนอราคากันต่อเนื่อง ยังไม่มีรายใดหลุดออกจากการประมูล

ส่วนการเสนอราคามาถึงรอบที่ 54 โดยใบอนุญาตทั้ง 2 ไลเซนส์ มีผู้ประมูลเคาะราคาเท่ากันอยู่ที่ 31,862 ล้านบาท รวมราคา 2 ใบอนุญาต อยู่ที่ 63,724 ล้าน หรือเท่ากับ 198% ของมูลค่าคลื่น เฉลี่ย 3,186.20 ล้าน/MHz

รอบที่ 53 วันที่ 16 ธ.ค. 2558 ปรากฏว่า ใบอนุญาตแรกมีผู้เสนอราคา 1 ราย ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคา 3 ราย ทำให้ราคาไลเซนส์เท่ากัน ราคาทั้ง 2 ใบอนุญาตอยู่ที่ 31,540 ล้าน หรือเท่ากับ 196% ของมูลค่าคลื่น รวม 2 ใบอนุญาต 63,080 ล้านบาท

รอบที่ 52 ปรากฏว่า ใบอนุญาตแรกมีผู้เสนอราคา 1 ราย ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคา 3 ราย ทำให้ราคาไลเซนส์เท่ากันทั้ง 2 ใบอนุญาตอยู่ที่ 31,218 ล้านบาท หรือเท่ากับ 194% ของมูลค่าคลื่น รวม 2 ใบอนุญาต 62,436 ล้านบาท

รอบที่ 49 ใบอนุญาตแรกมีผู้เสนอราคา 1 ราย ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคา 2 ราย ทำให้ราคาเท่ากันทั้ง 2 ไลเซนส์ อยู่ที่ใบละ 30,252 ล้านบาท หรือเท่ากับ 188% ของมูลค่าคลื่น รวม 2 ใบอนุญาต 60,504 ล้านบาท

รอบ 48 ใบอนุญาตแรกมีผู้เสนอราคา 1 ราย ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคา 3 ราย ทำให้ราคาขณะนี้เท่ากันทั้งคู่อยู่ที่ใบละ 29,930 ล้านบาท หรือเท่ากับ 186% ของมูลค่าคลื่น รวมราคา 2 ใบ 59,860 ล้านบาท

 

ขอบคุณที่มา     http://www.thairath.co.th/content/549670

Read More

hqdefault (1)

ประมูลคลื่น 900 แข่งเดือด สู้ไม่ถอย คาดราคา 2 ใบอนุญาตไม่ถึง 8 หมื่นล.

EyWwB5WU57MYnKOuYBsizn2vQqw571wRErEavep4yY34LuybRIH1xL

ประมูล 4G คลื่น 900 คึกคัก ทั้ง 4 ราย ยังไม่มีทีท่ายุติ ด้าน กทค. คาดอาจไม่ยืดเยื้อ ราคารวม 2 ใบอนุญาตไม่ถึง 8 หมื่นล้าน เชื่อสู้กันดุเดือด เพราะเป็นคลื่นที่ส่งสัญญาณได้ไกล โดยเฉพาะเอไอเอส ไม่ถอยแน่ มี ดีแทค และทรู เป็นตัวแปร…

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กทค.ประเมินว่า การประมูล 4G คลื่นความถี่ 900 MHz อาจจะไม่ยืดเยื้อมากนัก และราคาที่แข่งกันไม่น่าสูงถึง 8 หมื่นล้าน สำหรับราคารวม 2 ใบอนุญาต เป็นการประมูลเพื่อประกอบธุรกิจ ไม่ใช่การประมูลตามอารมณ์ แม้จะมีซีอีโอมาร่วมเคาะราคาก็ตาม การประมูลคลื่นโทรคมนาคม จึงแตกต่างจากคลื่นโทรทัศน์ ผู้ประกอบการทุกรายจึงทราบดีกว่า ราคาต้นทุนที่เหมาะสมอยู่ที่เท่าใด

ทั้งนี้ เชื่อว่า ผู้เข้าร่วมประมูลจะมีการแข่งขันกันอย่างต่อเนื่อง เพราะราคาประมูลทั้งสองลอต ยังมีการเคาะราคาทุกรอบ ต่างกับการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ที่ผู้เข้าร่วมประมูลเลือกไม่เคาะราคาในบางรอบ คาดว่าทุกรายมีความต้องการคลื่นความถี่ 900 MHz เพราะเป็นคลื่นที่สามารถส่งสัญญาณได้ไกล ครอบคลุมพื้นที่กว้าง จึงเหมาะกับการให้บริการในภูมิภาค ต่างจากคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ที่เหมาะกับการให้บริการในเขตเมือง

“ค่ายเอไอเอสคงสู้ไม่ถอย ขณะที่ JAS เชื่อว่ามีข้อจำกัด หากประมูลในราคาสูงมากจะทำให้เกิดต้นทุนธุรกิจ ซึ่งคาดว่า JAS จะประมูลไม่เกิน 28,000 ล้านบาท ส่วน DTAC และ TRUE จะเป็นตัวแปรในการแข่งขันการประมูลครั้งนี้เพราะไม่รู้ว่าทั้งสองรายจะแข่ง ได้ถึงเท่าไร แต่จะราคาประมูลจะไม่สูงเกินจริง โดยสถิติโลกที่ประมูลสูงสุดที่ 6.8 หมื่นล้านบาท”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศ การประมูลวันนี้เป็นไปอย่างคึกคัก มีกองทัพสื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์จำนวนมาก โดย กสทช.มั่นใจว่า ทุกขั้นตอนโปร่งใส เริ่มตั้งแต่การจับสลากเพื่อเลือกห้องประมูล และรหัสล็อกอินเข้าระบบประมูล ขณะเดียวกันมีประธาน กสทช. จากประเทศเพื่อนบ้านเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย

ด้าน นายเหมา จริยา ประธาน กทค.กัมพูชา เปิดเผยว่า กัมพูชามีแผนประมูลคลื่นความถี่ในปีหน้า และมองว่าการประมูลของประเทศไทยประสบความสำเร็จ จึงจะนำไปปรับใช้ในการประมูลในประเทศ

ขณะที่ นายฮาลิม ชาฟี่ ประธานคณะกรรมการกิจการมัลติมีเดียและโทรคมนาคม มาเลเซีย กล่าวว่า เป็นประสบการณ์ใหม่มาก เพราะในประเทศยังไม่มีการจัดประมูลคลื่น/ใช้แต่วิธีบิวตี้คอนเทสต์ ในอนาคตจะไปพิจารณาเพื่อปรับใช้เช่นกันส่วน เลขาธิการไอทียู ประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ยกย่องการประมูลของไทยว่าโปร่งใส และมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ มีรายงานว่า เวลา 12.55 น. สิ้นสุดประมูลรอบที่ 12 โดยใบอนุญาตแรกมีผู้เสนอราคา 1 ราย ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคา 2 ราย ทำให้ราคาไลเซนส์ขณะนี้เท่ากันอยู่ที่ 18,338 ล้านบาทต่อใบอนุญาต รวม 2 ใบอนุญาต มีรายได้เข้ารัฐแล้ว 36,676 ล้านบาท

ส่วนรอบที่ 13 ได้สิ้นสุดลงในเวลา 13.15 น. โดยใบอนุญาตแรกมีผู้เสนอราคา 1 ราย ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคา 2 ราย ทำให้ราคาไลเซนส์ขณะนี้เท่ากันอยู่ที่ 18,660 ล้านบาทต่อใบอนุญาต รวม 2 ใบอนุญาต มีรายได้เข้ารัฐแล้ว 37,320 ล้านบาท

รอบที่ 14 สิ้นสุดลงแล้วในเวลา 13.35 น. ซึ่งใบอนุญาตแรกมีผู้เสนอราคา 1 ราย ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคา 2 ราย ราคาไลเซนส์ขณะนี้เท่ากันอยู่ที่ 18,982 ล้านบาทต่อใบอนุญาต รวม 2 ใบอนุญาต มีรายได้เข้ารัฐแล้ว 37,964 ล้านบาท

รอบที่ 15 ในเวลา 13.55 น. ได้สิ้นสุดลง ใบอนุญาตแรกมีผู้เสนอราคา 1 ราย ใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคา 2 ราย ราคาไลเซนส์ขณะนี้เท่ากันทั้งอยู่ที่ 19,304 ล้านบาทต่อใบอนุญาต หรือเท่ากับ 120% ของมูลค่าคลื่น รวม 2 ใบอนุญาต มีรายได้เข้ารัฐแล้ว 38,608 ล้านบาท

สำหรับผู้เข้าประมูล ทั้ง 4 ราย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด บริษัท ทรูมูฟเอช ยูนิเวอร์แซล จำกัด และบริษัทแจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด

 

ขอบคุณที่มา      http://www.thairath.co.th/content/549370

Read More

7731-1

“ซิโนไทย-ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง”ชนะประมูล คว้างานก่อสร้างรถไฟทางคู่สายแรก!

EyWwB5WU57MYnKOuYBnicBM7bmXhFXmm66VZ9BF0af3Y3DPDCS013i

นายกมล ตั้งกิจเจริญชัย รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ร.ฟ.ท.ได้มีการประกวดราคาทางอิเล็กทรอนิกส์ (อีอ๊อกชั่น) หาผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ สายฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย วงเงิน 10,524 ล้านบาทไปแล้ว แบ่งออกเป็น 2 สัญญา สัญญาที่ 1 งานก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-วิหารแดง และช่วงบัวใหญ่-แก่งคอย พร้อมทางคู่เลี่ยงเมือง 3 แห่ง วงเงินค่าก่อสร้าง 9,926 ล้านบาท และสัญญาที่ 2 งานก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ ช่วงวิหารแดง-บุใหญ่ พร้อมอุโมงค์รถไฟ ค่าก่อสร้าง 598 ล้านบาท ขณะที่เส้นทางจิระ-ขอนแก่น จะมีการประกวดราคาต้นเดือน ธ.ค.58

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงคมนาคมว่า ในสัญญาที่ 1 มีเอกชนร่วมประมูล 6 ราย ได้แก่ บริษัท อิตาเลียนไทย บริษัท เอ.เอส.แอสโซซิเอท เอ็นจิเนียริ่ง กลุ่มกิจการร่วมค้าทีซี จอยต์เวนเจอร์ บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น และกลุ่มกิจการร่วมค้าซีเคซีเอช โดยบริษัทที่เสนอราคาต่ำที่สุด คือ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น เสนอราคา 9,825 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 1% หรือ 101 ล้านบาท ส่วนสัญญา 2 มีเอกชนร่วมประมูล 4 ราย ได้แก่ บริษัท อิตาเลียนไทย กลุ่มกิจการร่วมค้าทีซี จอยต์เวนเจอร์ บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ และบริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง โดยบริษัทไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง เสนอราคาต่ำสุด 407 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 32% หรือ 191 ล้านบาท.

 

ขอบคุณที่มา     http://www.thairath.co.th/content/540651

Read More