EyWwB5WU57MYnKOuYBtakO4GIv865W3GPXmjjdGyVeAN6xzzgmkudc

สปส. ห่วงใยผู้ประกันตน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559

money (1)

          พันตำรวจตรีหญิง รมยง สุรกิจบรรหาร รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม และโฆษกสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า เนื่องจากในช่วงเทศกาลปีใหม่ซึ่งมีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน ผู้ประกันตนจำนวนมากเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดต่าง ๆ และอาจมีความจำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลเนื่องจากประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉินและไม่สามารถเข้ารับบริการทางการแพทย์ในสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล จึงได้ขอความร่วมมือจากสถานพยาบาลในการให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ประกันตนที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน ดังนี้

 1. สถานพยาบาลสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลของผู้ประกันตนจากสำนักงานประกันสังคมในท้องที่ที่สถานพยาบาลตั้งอยู่ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กำหนด ตามประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์และจำนวนเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน ลงวันที่ 11 เมษายน 2548 ตามประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์และจำนวนเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2554 เพื่อช่วยให้ผู้ประกันตนมิต้องทดลองใช้เงินค่าบริการทางการแพทย์
 2. หากตรวจสอบพบว่าผู้ประกันตนมีสิทธิที่สถานพยาบาลอื่น โปรดแจ้งสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ ของผู้ประกันตนเป็นเอกสารโดยเร็ว โดยไม่ต้องรอครบระยะเวลา 72 ชั่วโมง ทั้งนี้เพื่อให้สถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ รับผิดชอบค่าใช้จ่ายและรับผู้ประกันตนกลับไปรักษาพยาบาลและขอให้สถานพยาบาลเก็บเอกสารการแจ้งดังกล่าวไว้เป็นหลักฐานประกอบคำขอยื่นขอรับค่าบริการทางการแพทย์ของผู้ประกันตน
 3. กรณีมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิของผู้ประกันตน หรือเกิดปัญหาในการให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ประกันตน ขอให้สถานพยาบาลประสานงานกับสำนักงานประกันสังคมในท้องที่ที่สถานพยาบาลตั้งอยู่ รวมทั้งประสานงานในการให้บริการทางการแพทย์กรณีผู้ประกันตนที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน หรือสอบถามสายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง
4. กรณีตรวจสอบข้อมูลผู้ประกันตนพบว่าไม่มีสิทธิได้รับความคุ้มครองจากระบบประกันสังคมหรือสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนแล้ว ขอให้สถานพยาบาลประสานงานขอความช่วยเหลือได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1330 เพื่อใช้สิทธิตามบันทึกความร่วมมือในการสร้างหลักประกันสุขภาพแก่ประชาชนไทยของ 3 กองทุนสุขภาพของรัฐ
 “อย่างไรก็ดีสำนักงานประกันสังคมขอให้ผู้ประกันตนทุกคนเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ด้วยความสุข และขอให้มีความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนน หากมีปัญหาเรื่องงานประกันสังคมสามารถติดต่อโทรศัพท์สายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง” พันตำรวจตรีหญิง รมยง กล่าวทิ้งท้าย
ขอบคุณที่มา     http://money.sanook.com/344881/

Read More

1398746203

สิทธิประโยชน์ใหม่ๆ เพื่อ “ผู้ประกันตน”

EyWwB5WU57MYnKOuYBtakO4GIv865W3GPXmjjdGyVeAN6xzzgmkudc

เดือนธันวาคม เป็นช่วงเวลาที่คนทำงานโดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนหรือผู้ประกันตน ทำงานด้วยความสุข สนุกสนาน เพราะเป็นการทำงานเดือนสุดท้ายของปีซึ่งมีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน และยังใกล้ช่วงเทศกาลปีใหม่ นอกจากนี้หลายคนยังใจจดจ่ออยากให้ถึงสิ้นเดือนเร็วๆ เพื่อจะได้รับเงินเดือนพร้อมกับโบนัสตอบแทนการทำงานที่เหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งปี

“น้องออมสุข” ขอเป็นกำลังใจกับผู้ประกันตนทุกคน และจะขอทบทวนสิทธิประโยชน์ใหม่ๆ ของ พระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2558 ที่มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2558 โดยไม่ต้องออกกฎหมายลำดับรอง ดังต่อไปนี้

1. ขยายความคุ้มครองไปถึงลูกจ้างชั่วคราวทุกประเภทของส่วนราชการและลูกจ้างของนายจ้างที่มีสำนักงานในประเทศและไปประจำทำงานในต่างประเทศ

2. เงินเพิ่มที่นายจ้างต้องจ่ายไม่เกินเงินสมทบที่ค้างชำระ โดยให้มีผลใช้บังคับกับนายจ้างซึ่งยังมิได้นำส่งเงินสมทบหรือเงินเพิ่มหรือนำส่งไม่ครบจำนวนอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2558 ใช้บังคับ

3. ประโยชน์ทดแทนไม่อาจโอนกันได้และไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี

4. การเรียกร้องหรือการได้มาซึ่งสิทธิหรือประโยชน์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคมไม่เป็นการตัดสิทธิหรือประโยชน์ที่ผู้ประกันตนหรือผู้มีสิทธิพึงได้รับตามกฎหมายอื่น

5. ขยายระยะเวลาการขอรับประโยชน์ทดแทนจาก 1 ปี เป็น 2 ปี

6. การคำนวณค่าจ้างรายวันในการจ่ายเงินทดแทนการขาดรายได้ให้แก่ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ให้คำนวณโดยนำค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบสูงสุด 3 เดือนภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนเดือนที่มีสิทธิมารวมกันเป็นฐานในการคำนวณแล้วหารด้วย 90 ในกรณีที่ผู้ประกันตนมีค่าจ้างไม่ครบ 3 เดือน ให้คำนวณจากค่าจ้างเฉลี่ยเป็นรายวัน

7. กรณีที่ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยตามมาตรา 64 และเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพตามมาตรา 71 หรือเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรตามมาตรา 67 ในช่วงเวลาเดียวกันให้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยและเงินสงเคราะห์เพื่อการคลอดบุตร หรือมีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพและเงินสงเคราะห์เพื่อการคลอดบุตรแล้วแต่กรณี

NjpUs24nCQKx5e1D75GVDALIJIUFtaJ10p76iULOQL8

8. ให้ความคุ้มครองผู้ที่จงใจทำให้ตนเองได้รับบาดเจ็บ ทุพพลภาพ และตาย

9. ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีคลอดบุตรเมื่อภายในระยะเวลา 15 เดือนได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน และมีสิทธิได้รับไม่จำกัดจำนวนครั้ง

10. เพิ่มเงินสงเคราะห์กรณีที่ผู้ประกันตนถึงแก่ความตาย

11. ผู้เจ็บป่วยเรื้อรังมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีตาย

12. ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีสงเคราะห์บุตร คราวละไม่เกิน 3 คน

13. ผู้ประกันตนสามารถทำหนังสือระบุบุคคลผู้มีสิทธิรับเงินบำเหน็จชราภาพไว้ล่วงหน้าได้โดยให้มีสิทธิได้รับร่วมกับทายาท

14. นายจ้างยื่นแบบรายการตามมาตรา 34 หรือแจ้งขอเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมรายการตามมาตรา 44 อันเป็นเท็จ หรือไม่ยื่นแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบภายในกำหนดเวลาตามมาตรา 47 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

15. ผู้ทุพพลภาพอยู่ก่อนวันที่ 31 มีนาคม 2538 มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ตลอดชีวิต

NjpUs24nCQKx5e1D75GVDALIJIUFtaDLoXijoSDgM4Y

 

 

ขอบคุณที่มา   http://www.thairath.co.th/content/548926

Read More

mon1802581

นายกฯเห็นด้วย! ประกันสังคม ต้องจ่ายชดเชยให้′ผู้ประกันตน′ กรณีลาออกเอง

mon1802581

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาเห็นด้วยจ่ายชดเชยให้′ผู้ประกันตน′ กรณีลาออกเอง กำชับหน่วยงานภาครัฐดูแลกลุ่มอาชีพอิสระกว่า 25 ล้านคน

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แถลงความคืบหน้าการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกันสังคม พ.ศ. …ในประเด็นที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เสนอให้ตัดสิทธิจ่ายชดเชยกรณีว่างงานในกรณีที่แรงงานลาออกเอง ว่า ล่าสุด คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. …ยืนยันให้การลาออกเองยังคงได้รับเงินชดเชยตามสิทธิกรณีว่างงาน พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เห็นด้วยกับการคงสิทธิเดิมไว้ โดยย้ำว่าหากสิ่งใดที่เป็นการตัดสิทธิประชาชน อย่าทำ ทั้งนี้เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ผมได้หารือกับเครือข่ายแรงงานนอกระบบ เนื่องจากนายกฯให้ความสำคัญกับแรงงานกลุ่มนี้ซึ่งมีจำนวนกว่า 25 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้มี 15 ล้านคน เป็นแรงงานภาคเกษตร

และขณะนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ฤดูแล้ง นายกฯจึงได้มอบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์วางแผนดูแลแรงงานกลุ่มนี้ ส่วนแรงงานอีกกว่า 10 ล้านคน ที่มีอาชีพ เช่น ขับรถแท็กซี่ ขับมอเตอร์ไซค์ จะจัดอันดับความเร่งด่วนที่จะเข้าไปดูแล ซึ่งได้มอบให้แรงงานจังหวัดทุกจังหวัดเข้าไปดูแล โดยมีเป้าหมายต้องเร่งสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายแรงงานนอกระบบ ซึ่งกระทรวงจะให้การสนับสนุนให้ฝึกอบรมสร้างผู้นำแรงงานนอกระบบ” พล.อ.สุรศักดิ์กล่าว และว่า

มีแนวคิดจะตั้งสภาความร่วมมือแรงงานสัมพันธ์ มีตัวแทนสภานายจ้างทั้ง 14 องค์กร สภาลูกจ้าง 14 องค์กร มีตัวแทนกระทรวงแรงงาน แรงงานนอกระบบ และนักวิชาการด้านสันติวิธีเข้าร่วม เพื่อเป็นพื้นที่ให้นายจ้างและลูกจ้างได้พูดคุยกันถึงปัญหาด้านแรงงาน

พล.อ.สุรศักดิ์แถลงอีกว่า ในการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เรียกประชุมผู้บังคับหน่วยทหารทั่วประเทศเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เสนอให้ฝ่ายความมั่นคงสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายที่อาจหลบหนีเข้ามาเพิ่มเติม และขอให้ดูแลแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานใน ราชอาณาจักรให้อยู่ในพื้นที่ที่กำหนด เช่น

เขตเศรษฐกิจพิเศษ และขอกำลังเจ้าหน้าที่ทหารในการออกตรวจแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายและแรงงานประมง อีกทั้งยังขอให้ดูแลปัญหาผู้มีอิทธิพลในกระบวนการแรงงานที่เรียกรับผลประโยชน์จากนายจ้าง หรือแรงงานด้วยวิธีตักเตือนหรือปรับทัศนคติด้วย

นอกจากนี้ พล.อ.สุรศักดิ์แถลงถึงการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติว่า ปีนี้ใช้งบประมาณ 4 ล้านบาท จัดขึ้นภายใต้การเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยพร้อมใจกันสวมเสื้อเหลืองขลิบม่วงและจะมีการเชิญนายจ้างมาร่วมงานด้วย ส่วนขอเรียกร้องเบื้องต้น เครือข่ายแรงงานเสนอตั้งสภาความร่วมมือ และขยายหน่วยงานราชการ

 

ที่มา   http://money.sanook.com/256885/

Read More

1398746203

กองทุนประกันสังคม กรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย

หลักเกณฑ์และเงื่อนไข

การประกันสังคมเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ในโลกส่วนใหญ่นำระบบประกันสังคมไปใช้ในการให้หลักประกันชีวิตแก่ประชาชนของตนตั้งแต่เกิดจนตายหลักประกันสังคมมีคุณลักษณะ  ดังนี้

  1. เป็นระบบการของการเฉลี่ย ทุกข์-เฉลี่ยสุขซึ่งกันและกันระหว่างมวลสมาชิก  ซึ่งโดยทั่วไปรัฐบาลของประเทศจะให้ความสำคัญแก่บุคคลที่ทำงาน  มีรายได้และอยู่ในระบบแรงงานก่อน  และจะขยายความคุ้มครองไปสู่ผู้ทำงานที่มีรายได้นอกระบบการจ้างงานปกติ  ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่าแรงงานนอกระบบ
  2. เงินสมทบที่เก็บไปนั้นจะสะสมเป็นกองทุน  ซึ่งจะให้สิทธิประโยชน์เฉพาะกับบุคคลที่ส่งเงินสมทบ  ซึ่งประเทศไทยเรียกว่า  “ผู้ประกันตน” เท่านั้น
  3. การเก็บเงินสมทบซึ่งถือว่าเป็นภาษีพิเศษจะเก็บจากบุคคลที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น

ทั้งความสำเร็จประการหนึ่งของการประกันสังคมก็ คือ เป้าหมายหลักที่จะทำให้การประกันสังคมสามารถครอบคลุมทุกตัวบุคคลของประชาชนในชาติ(Universal Coverage) ในอนาคต

เมื่อจ่ายเงินสมทบครบ 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนเดือนรับบริการทางการแพทย์และเลือกโรงพยาบาลแล้ว ผู้ประกันตนจะได้รับ “บัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล”  ซึ่งบัตรจะมีชื่อของผู้ประกันตนและชื่อสถานพยาบาลที่เลือกไว้แต่ไม่มีภาพถ่ายติด จึงต้องใช้ควบคู่กับบัตรประจำตัวประชาชนการเข้ารับการรักษาไม่ว่าจะเป็น “ผู้ป่วยนอก” คือ ผู้ป่วยไปพบแพทย์ฯ ตรวจรักษาจัดยาให้แล้วกลับบ้านหรือนอนรักษาเป็น “ผู้ป่วยใน”  ค่ารักษาที่เกิดขึ้นทั้งหมดในโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล ผู้ประกันตนไม่ต้องจ่าย ยกเว้น ขออยู่ห้องพิเศษหรือขอแพทย์พิเศษเอง  สถานพยาบาลที่ผู้ประกันตนเลือกถือเป็นสถานพยาบาลหลัก (MAIN CONTRACTOR) ซึ่งสถานพยาบาลหลักนั้น อาจมีสถานพยาบาลเครือข่าย(SUB CONTRACTOR) เช่น โรงพยาบาลเล็กๆ หรือคลินิกเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกันตนโดยผู้ประกันตนสามารถเข้าไปรักษาพยาบาลได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ในขณะเดียวกันถ้าโรคบางโรคโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาลรักษาไม่ได้ เช่น การผ่าตัดหัวใจ ผ่าตัดสมอง ผ่าตัดเปิดกระโหลกศีรษะ  โรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาลก็จะส่งตัวไปรักษากับโรงพยาบาลระดับสูง(SUPRA CONTRACTOR) (โรงพยาบาลที่มีศักยภาพในการให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ประกันตน ที่เกินขีดความสามารถของสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาลจะให้บริการแก่ผู้ประกันตนได้) ที่สถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาลนั้น ทำข้อตกลงไว้โดยค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นจะอยู่ในความรับผิดชอบของโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล

ผู้ประกันตนจะได้รับบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล เมื่อส่งเงินสมทบครบ 3 เดือนภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนเดือนรับบริการทางการแพทย์  โรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล คือ โรงพยาบาลที่ผู้ประกันตนเลือกเองสามารถเปลี่ยนแปลงได้ปีละ  1  ครั้ง  ช่วงเดือนมกราคม – มีนาคมของทุกปี

สิทธิที่ผู้ประกันตนจะได้รับ

บริการทางการแพทย์รวมถึงค่าอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ในการบำบัดการรักษาโรคตามประกาศสำนักงานประกันสังคม เรื่องหลักเกณฑ์และอัตราสำหรับประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอันมิใช่เนื่องจากการทำงานแบ่งเป็น  10  กรณี

  1. เจ็บป่วยปกติ
  2. เจ็บป่วยฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุ
  3. ค่าบริการทางการแพทย์ กรณีทันตกรรม (ถอนฟัน อุดฟันและขูดหินปูน)
  4. กรณี บำบัดทดแทนไต ได้แก่ การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม  การล้างช่องท้องด้วยน้ำยาแบบถาวร  การผ่าตัดปลูกถ่ายไต  การผ่าตัดเปลี่ยนไตและการให้ยาอิธิโธรปัวอิติน (Erythropoietin)
  5. กรณีปลูกถ่ายไขกระดูก (วงเงิน 750,000 บาท)
  6. กรณีเปลี่ยนอวัยวะกระจกตา (วงเงิน 25,000 บาท)
  7. ค่าอวัยวะเทียมและ อุปกรณ์ในการบำบัดรักษาโรค (เช่น เท้าเทียม แขนเทียม ไม้ค้ำยัน เป็นต้น  เบิกได้ตามรายการประกาศที่สำนักสังคมกำหนด)
  8. กรณีโรคเอดส์  (ผู้ประกันตนสามารถรับยาต้านไวรัสเอดส์ทั้งพื้นฐาน  สูตรทางเลือกและสูตรดื้อยา  รวมทั้งการตรวจทางห้องปฏิบัติการอื่นๆ  ที่โรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล  โดยไม่เสยค่าใช้จ่าย)
  9. กรณีที่มีสิทธิแต่ยังไม่ มีบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล (เบิกได้เช่นเดียวกันกับกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน  หากจำเป็นต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลเกิน 72 ชั่วโมง  ให้รับแจ้งสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด/สาขา  เพื่อสามารถเบิกค่ารักษาได้ถึงวันที่ออกจากโรงพยาบาล)
  10. กรณีไม่มีสิทธิได้รับบริการทางการแพทย์ (14 โรคยกเว้น)

บริการทางการแพทย์

การเข้า ร.พ.ตามบัตรรับรองสิทธิแล้วมีค่าใช้จ่ายมาเบิกคืน

  1. โรงพยาบาลไม่ปฏิบัติตามสัญญา ——————————–> ต้องคืนเงินให้แก่ผู้ประกันตน
  2. ผู้ประกันตนไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข / ขอสละสิทธิ์ —————-> รับผิดชอบเอง

กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย อันมิใช่เนื่องจากการทำงาน

หลักเกณฑ์ที่จะทำให้ท่านมีสิทธิ คือ

  1. ต้องอยู่ในสถานประกอบการที่ไม่ได้รับการลดส่วนเงินสมทบในกรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย
  2. จ่ายเงินสมทบในส่วนของกรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตรายมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนวันรับบริการทางการแพทย์

หมายเหตุ  สำหรับผู้ประกันตนที่ลาออกจากงานหรือความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลงและย้าย กลับภูมิลำเนาสามารถเปลี่ยนโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ ได้ เรียกว่า เปลี่ยนบัตรรับรองสิทธิฯ  มาตรา 38 ซึ่งสิทธิจะคุ้มครอง 6 เดือน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สิทธิการคุ้มครองมี 4 กรณี คือ กรณีเจ็บป่วย  กรณีคลอดบุตร   กรณีทุพพลภาพ  กรณีเสียชีวิต

 

 

 

ที่มา  http://www.sso.go.th/wpr/content.jsp?lang=th&cat=868&id=3628

Read More