EyWwB5WU57MYnKOuYNy2j74bGBbym702PF41rCk5EQxzlSA9KwBCcF

ราชกิจจาฯ ประกาศลดภาษีบุคคลธรรมดาปี 60 บรรเทาค่าครองชีพ

EyWwB5WU57MYnKOuYN1DzDuWGGBbQZqUQ6RrKwanGA4bIq40zems8d

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศลดอัตราภาษีเงินได้สําหรับบุคคลธรรมดาแบบ 7 ระดับขั้น ต่อไปอีก 1 ปี สําหรับเงินได้สุทธิที่ได้รับในปี 59 ที่ต้องยื่นเสียภาษีปี 60 เพื่อบรรเทาค่าครองชีพประชาชน…

มีรายงานว่าเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้ประกาศลดอัตราภาษีเงินได้สําหรับบุคคลธรรมดา แบบ 7 ระดับขั้น ต่อไปอีก 1 ปี สําหรับเงินได้สุทธิที่ได้รับในปี 59 ที่ต้องยื่นเสียภาษีปี 60 เนื่องจากรัฐบาลยังมีความจําเป็นในการบรรเทาภาระภาษีให้แก่ผู้มีเงินได้เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะทางเศรษฐกิจและค่าครองชีพในปัจจุบัน สมควรลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต่อไปอีก

ทั้งนี้ การลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แบบ 7 ระดับขั้น ต่อไปอีก 1 ปีนั้น อัตราภาษียังเป็นรูปแบบเดิม ประกอบด้วย ผู้ที่มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 300,000 บาท เสียภาษี 5%, ผู้ที่มีรายได้ตั้งแต่ 300,000 บาท แต่ไม่เกิน 500,000 บาท เสียภาษี 10%, ผู้ที่มีรายได้ตั้งแต่ 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 750,000 บาท เสียภาษี 15%, ผู้ที่มีรายได้ 750,000 บาท แต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท เสียภาษี 20%, ผู้ที่มีรายได้ 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 2 ล้านบาท เสียภาษี 25%, ผู้ที่มีรายได้ 2 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 4 ล้านบาท เสียภาษี 30% และผู้ที่มีรายได้ 4 ล้านบาทขึ้นไป เสียภาษี 35%

สำหรับเหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ โดยที่พระราชกฤษฎีกาออกตามความ ในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับท่ี 576) พ.ศ.2557 ได้มีการลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้ท้ายหมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร สําหรับเงินได้สุทธิที่ได้รับในปี 58 แต่เพื่อบรรเทาภาระภาษีให้แก่ผู้มีเงินได้ และให้สอดคล้องกับสภาวะทางเศรษฐกิจและค่าครองชีพในปัจจุบัน สมควรลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของต่อไปอีก 1 ปี.

 

ขอบคุณที่มา      http://www.thairath.co.th/

Read More

4644ab6ed89d38f6b4677089b7587588

สรรพสามิต ยัน ยังไม่ขึ้นภาษีเหล้า-เบียร์ หลัง รัฐเก็บภาษีบุหรี่เพิ่ม

EyWwB5WU57MYnKOuX18mzpTXpmpSSlH0HQal4NJd2H5h2AMLrEce4r

อธิบดีกรมสรรพสามิต เผย ยังไม่มีสัญญาณปรับขึ้นภาษีเครื่อมดื่มแอลกอฮอล์ หลัง รัฐเก็บภาษีบุหรี่เพิ่ม ทำราคาปรับขึ้น 5-10 บ. ระบุ ไม่พบการกักตุนบุหรี่ ยัน ข้อมูลขึ้นภาษีไม่รั่วไหล…

วันที่ 11 ก.พ. 59 นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยกับ ไทยรัฐออนไลน์ หลังจากที่ได้มีการปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตบุหรี่จาก 87% เป็น 90% หรือ 1.10 บาทต่อกรัม ซึ่งมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ. 59 เป็นต้นไป เนื่องจากรัฐบาล ต้องการลดการบริโภคของประชาชนลง ส่วนผลต่อรายได้นั้น คาดว่าจะทำให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขึ้นภาษีดังกล่าวประมาณ 12,000-15,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ การปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตบุหรี่ ทั้งตามมูลค่าและปริมาณ โดยจัดเก็บตามมูลค่าปรับขึ้นจาก 87% เป็น 90% ของราคานำเข้า หรือเต็มเพดาน ส่วนปริมาณเพิ่มขึ้นจาก 1 บาทต่อกรัม เป็น 1.10 บาทต่อกรัม ส่งผลทำให้ราคาขายปลีกของบุหรี่ทั้งในประเทศและต่างประเทศปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยซองละ 5-10 บาท เช่น บุหรี่กรองทิพย์ปัจจุบันขายอยู่ 60 บาทต่อซอง การปรับครั้งนี้มีผลให้ราคาขายปลีกปรับขึ้นอีก 10 บาทต่อซอง หรือราคาจะอยู่ที่ซองละ 70 บาท

ส่วนสาเหตุที่ปรับขึ้นแบบทันที เนื่องจากเกรงว่าหากมีการประกาศให้ทราบล่วงหน้า อาจทำให้มีการกักตุนบุหรี่ของผู้ค้าต่างๆ ได้ ซึ่งปัจจุบันยังไม่พบปัญหาการกักตุนเกิดขึ้น เพราะการปรับขึ้นภาษีนั้นเป็นความลับ ไม่มีฝ่ายใดรู้มาก่อน

สำหรับการขึ้นภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ ที่หลายฝ่ายเริ่มกังวลใจว่าจะมีการปรับขึ้นตามหรือไม่นั้น อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวทิ้งท้ายว่า ยังไม่มีสัญญาณอะไร ยังไม่ปรับขึ้น ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายต่อไป.

 

ขอบคุณที่มา      http://www.thairath.co.th/

Read More

aHR0cDovL3AyLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNjkvMzQ4OTU3L21vbjEzMDE1OTMuanBn

มหาเศรษฐีแห่โอนหุ้นหนีภาษีมรดก

EyWwB5WU57MYnKOuX2C8lwmZIEM4SqWb3m37nTFMEzi829FQjI7CXh

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ถือเป็นวันแรกที่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีรับมรดก เริ่มมีผลบังคับใช้ โดยจะมีการจัดเก็บภาษีมรดก สำหรับผู้ที่รับมรดกมากกว่า 100 ล้านบาท ต้องเสียภาษี ซึ่งกฎหมายระบุว่า ผู้รับมรดกที่ ประกอบด้วย อสังหาริมทรัพย์, หลักทรัพย์, เงินฝาก, ยานพาหนะ รวมถึงตราสาร ทางการเงิน ที่มีมูลค่าเกินกว่า 100 ล้านบาท จะต้องเสียภาษี โดยนับจากวันที่รับมรดก 150 วัน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายภาษีได้ระบุว่า ช่วงที่ผ่านมา ก่อนที่กฎหมายภาษีมรดกจะเริ่มมีผลบังคับใช้ บรรดาเศรษฐี หรือเจ้าของกิจการขนาดใหญ่ ได้เคลื่อนไหวจัดการทรัพย์สิน โดยโอนย้ายถ่ายเททรัพย์สินต่างๆให้ลูกหลานหรือผู้ที่ต้องการ ให้รับกิจการหรือมรดกกันอย่างคึกคัก โดยมีทั้งการโอนหุ้น โอนบ้าน-รถ-ที่ดิน ทำให้กรมที่ดินมีงานล้นมือ

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูล พบว่า มีการรายงานการโอนหุ้นให้คู่สมรสและบุตรหลาน ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อาทิ นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ โอนหุ้น บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV ให้นางศิริธร แบเลเว็ลด์ 582.02 ล้านหุ้น ให้นางสาวภัทรี แบเลเว็ลด์ 921.50 ล้านหุ้น ส่งผลให้นายธรรศพลฐ์ถือหุ้น AAV เหลือ 630.56 ล้านหุ้น หรือ 13% จากเดิม 2,134.08 ล้านหุ้น หรือ 44% นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ โอนหุ้น บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ให้บุตรสาว 2 คน คือ นางอาริญาและนางสาว ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ นายจุลเดช ยศสุนทรากุล โอนหุ้น BDMS ให้บุตร 2 คน จำนวน 220 ล้านหุ้น รวมทั้งตระกูลพรประภา ที่ทั้งโอนและขายหุ้น บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK ให้ลูกหลานจำนวนหลายรายการ นายสิทธิลาภ ทรัพย์สาคร รับโอนหุ้น บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO จากมารดา นายวิทูร สุริยวนา โอนหุ้น บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL โอนหุ้น GLOBAL 569 ล้านหุ้นให้บุตร.

 

ขอบคุณที่มา    http://www.thairath.co.th/

Read More

NjpUs24nCQKx5e1D7jQHq8Gpc6P8oYrkSR3twNYAHiM

ไขข้อสงสัย ‘ภาษีมรดก’ เกิน 100 ล้าน! ลดเหลื่อมล้ำ ช่องว่างทางสังคม

EyWwB5WU57MYnKOuX39WnRzR3b7IYJWNsRqqVHy0Y3SGwwMs3hBXOp

ทันทีที่กระทรวงการคลังมีมาตรการเตรียมจัดเก็บภาษีมรดก สำหรับผู้ที่รับมรดกมากกว่า 100 ล้านบาท โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.พ.59 นี้ เหล่าบรรดาเศรษฐี มหาเศรษฐี อภิมหาเศรษฐี หรือผู้มีมรดก ทั้งหลาย ต้องเตรียมตัวเตรียมใจควักเงินเสียค่าภาษีมรดกกันถ้วนหน้า 

หากมองย้อนกลับไป “ภาษีมรดก” ในประเทศไทยมีมาตั้งแต่สมัยเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาสู่ระบอบประชาธิปไตย โดยเป็นส่วนหนึ่งของ “สมุดปกเหลือง” หรือ เค้าโครงการเศรษฐกิจที่ถูกนำเสนอโดย หลวงประดิษฐ์มนูธรรม (ปรีดี พนมยงค์) ซึ่งเป็นแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติแบบโซเซียลิสม์ ฉบับแรกและฉบับเดียวของไทย

NjpUs24nCQKx5e1D7jQHq8Gpc6P8oYpRnrHIrig3cF5

ต่อมาได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติอากรมฤดกและการรับมฤดก พุทธศักราช 2476 ตรงกับสมัยที่พระยาพหลพลพยุหเสนาเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับการอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้บังคับเป็นกฎหมาย ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2476 ด้วยเหตุผลที่ว่า การเก็บภาษีดังกล่าวเป็นการเก็บภาษีบนความมั่งมี ที่จะไม่ทำให้มีผู้เดือดร้อน โดยมีความคิดตามแบบอย่างอารยประเทศ และยังช่วยแบ่งเบาภาระด้านภาษีของทางรัฐบาล

หลังจากบังคับใช้ได้ราว 10 ปี จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ได้ยกเลิกพระราชบัญญัติดังกล่าว ด้วยเหตุผลว่าบรรดาผู้มีอำนาจทางเศรษฐกิจและการเมืองเกรงกลัวที่จะต้องเสียภาษี รวมทั้งภาระหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร ที่ในสมัยนั้นมีภาระหน้าที่ที่มากอยู่แล้ว จนถึงเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย แต่แนวความคิดดังกล่าวก็ยังถูกใช้อยู่ในทุกประเทศที่พัฒนาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น อังกฤษ สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ขณะเดียวกัน ประเทศไทย ก็มีการเรียกร้องจากคนบางกลุ่มให้นำการจัดเก็บภาษีมรดกกลับมาใช้เป็นระยะๆ

NjpUs24nCQKx5e1D7jQHq8Gpc6P8oYrkSR3twNYAHiM

ประกาศใช้ พ.ร.บ.การรับมรดก พ.ศ. 2558 อย่างเป็นทางการ วันที่ 1 ก.พ.59 โดยระบุว่า ผู้รับมรดก ที่มีมูลค่าเกินกว่า 100 ล้าน จะต้องเสียภาษี นับจากวันที่รับมรดก 150 วัน

กระทั่งมาถึงยุค พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีของไทย กรมสรรพากรและกระทรวงการคลัง ก็ได้มีนำเรื่องภาษีการรับมรดกกลับมาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้ง และหวังจะผลักดันให้เป็นกฎหมายตั้งแต่สมัยที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ เมื่อช่วงกลางปี 2557 ที่ผ่านมา ก่อนจะมีการประกาศใช้ พระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 ออกมาอย่างเป็นทางการ เริ่มตั้งแต่วัน 1 กุมภาพันธ์ 2559 โดยระบุว่า ผู้รับมรดก ซึ่งประกอบด้วยอสังหาริมทรัพย์ / หลักทรัพย์ / เงินฝาก / ยานพาหนะ รวมถึงตราสารทางการเงิน ที่มีมูลค่าเกินกว่า 100 ล้านบาท จะต้องเสียภาษี โดยนับจากวันที่รับมรดก 150 วัน (ดีเดย์ 1 ก.พ. !! คลัง เตรียมเก็บภาษีมรดก เกิน 100 ล้าน ผ่อนชำระได้)

ทั้งนี้ หลายคนคงสงสัยว่า ภาษีมรดก กำหนดหลักเกณฑ์อะไร และมีเงื่อนไขของการเสียภาษีอย่างไร? วันนี้ “ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์” มาไขข้อข้องใจในเบื้องต้น …

รู้หรือไม่ว่า? ภาษีการรับมรดก’ กับ ‘ภาษีกองมรดก’
 แตกต่างกัน

NjpUs24nCQKx5e1D7jQHq8Gpc6P8oYnM1NKXozJzuQ5

ภาษีการรับมรดก เป็นภาษีที่เก็บจากบุคคลที่ได้รับมรดก หลังเจ้าของทรัพย์สินหรือเจ้ามรดกถึงแก่ความตายแล้ว ในกรณีนี้ ผู้รับมรดกแต่ละคนจะเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษี อัตราภาษี รวมทั้งการลดหย่อนต่างๆ จะขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างผู้รับมรดกกับผู้ตาย คือ ผู้รับมรดกที่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับผู้ตาย เช่น เป็นทายาทโดยธรรม ก็จะถูกเก็บภาษีในอัตราที่ต่ำกว่า แต่สำหรับกรณีผู้รับมรดกที่มีความสัมพันธ์ห่างออกไป เช่น เป็นทายาทโดยพินัยกรรม ก็จะถูกเก็บภาษีในอัตราที่สูงกว่า เป็นต้น

ภาษีกองมรดก เป็นภาษีที่เก็บจากกองทรัพย์สินของผู้ตาย โดยให้ทำการรวบรวมทรัพย์สินของผู้ตายทั้งหมดมาประเมินภาษีและชำระภาษีตามจำนวนที่ประเมินได้ จากนั้นทรัพย์สินที่เหลือจากการชำระภาษี แล้วจึงจะตกทอดไปยังทายาทของผู้ตาย ซึ่งภาษีกองมรดกนี้ไม่ได้คำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่าง ผู้ตายกับผู้รับมรดก และอัตราภาษีส่วนใหญ่ จะเป็นอัตราก้าวหน้าตามขนาดของกองมรดก

หลักเกณฑ์ของผู้เสียภาษีเป็นบุคคลสัญชาติไทย

บุคคลสัญชาติไทย ไม่ว่าจะเป็นทั้งตัวคนหรือบริษัท หรือหากมิใช่สัญชาติไทย แต่ได้รับมรดกเป็นทรัพย์สินหรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ก็จะถูกจัดว่าเป็นผู้มีหน้าที่ต้องเสียภาษี ซึ่งผู้มีหน้าที่เสียภาษี ต้องความรับผิดชอบในการเสียภาษีการรับมรดกเกิดขึ้น เมื่อผู้มีหน้าที่เสียภาษีแต่ละราย (เป็นลูก) ได้รับมรดกจากเจ้ามรดก (เช่น คุณพ่อเสียชีวิต) ไม่ว่าในคราวเดียวหรือหลายคราวรวมกันเกิน 100 ล้านบาท ให้เสียภาษีในส่วนที่เกิน 100 ล้านบาทนั้น 
โดยอัตราการเสียภาษี 
ร้อยละ 5 สำหรับผู้รับมรดกเป็นบุพการี หรือผู้สืบสันดานของเจ้ามรดก (ผู้สืบสันดานนี้ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรม) ร้อยละ 10 สำหรับกรณีอื่นๆ เช่น ผู้รับพินัยกรรม และ ร้อยละ 0 หรือไม่ต้องเสียภาษีการรับมรดก สำหรับคู่สมรส หรือกรณีที่ยกให้เพื่อประโยชน์ในกิจการศาสนา กิจการศึกษา กิจการสาธารณประโยชน์ หรือหน่วยงานรัฐ หรือองค์กรระหว่างประเทศที่ทำเรื่องเหล่านี้ (ได้รับยกเว้น)

5 ประเภทของทรัพย์มรดก ที่ต้องเสียภาษีมรดก

4DQpjUtzLUwmJZZGV7kjvaLhNeh8ayLJ1J7Y3nm3g12w

อสังหาริมทรัพย์ หนึ่งในทรัพย์มรดกที่ต้องเสียภาษี

1. อสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ ที่ดิน สิ่งปลูกสร้างทั้งหลาย
 2. หลักทรัพย์ตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ เช่น หุ้น หุ้นกู้ หน่วยลงทุน ตราสารหนี้ ตราสารอนุพันธ์ต่างๆ
 3. เงินฝาก หรือเงินอื่นใดที่มีลักษณะอย่างเดียวกัน 
4. ยานพาหนะ ที่มีหลักฐานทางทะเบียน ได้แก่ รถ เรือ มอเตอร์ไซค์
 และ 5. ทรัพย์สินทางการเงิน ที่กำหนดเพิ่มขึ้นตามกฎหมายในอนาคต (ถ้ามี)

หลักการคำนวณมูลค่าของทรัพย์มรดก เพื่อพิจารณาว่าถึง 100 ล้านบาทหรือไม่?

กรณีอสังหาริมทรัพย์ ให้ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ของอสังหาริมทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน หักด้วยภาระที่ถูกรอนสิทธิตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง

กรณีหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้ถือเอาราคาของหลักทรัพย์ในเวลาสิ้นสุดเวลาทางการของตลาดหลักทรัพย์ในวันได้รับมรดก ถ้าต้องคำนวณเป็นเงินตราต่างประเทศ จะเป็นไปตามที่กรมสรรพากร ประกาศกำหนด

ทางเจ้าพนักงานประเมิน มีอำนาจประเมินภาษี (1-3 ปี กรณียื่นแบบและ 10 ปี กรณีไม่ยื่นแบบ) และเรียกเก็บภาษีให้ครบถ้วน พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม หากไม่เสียภาษีตามกำหนด อธิบดีกรมสรรพากร มีอำนาจสั่งยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์มรดกโดยไม่ต้องขอศาล

หลีกเลี่ยงภาษีการรับมรดก ถือเป็นความผิดอาญา!

NjpUs24nCQKx5e1D7jQHq8Gpc6P8oYjr34rwewXwrw4

หากไม่มาเสียภาษี จะถูกยึด ถูกปรับเงินเพิ่มขึ้นอีกหลายบาท


- ไม่ยื่นแบบโดยไม่มีเหตุอันสมควร ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท

– ทำลาย ย้ายไปเสีย ซ่อนเร้น หรือโอนทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัดไปให้แก่บุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 400,000 บาท ทั้งนี้ ในกรณีผู้กระทำความผิดเป็นนิติบุคคลให้กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือผู้แทนนิติบุคคล ผู้มีส่วนในการกระทำความผิดของนิติบุคคล รับโทษ

– จงใจยื่นข้อความเท็จ หรือนำพยานหลักฐานเท็จมาแสดงเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษี หรือโดยความเท็จ โดยเจตนาละเลย โดยฉ้อโกงหรือใช้อุบายโดยวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใด หลีกเลี่ยง หรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษี หรือแนะนำหรือสนับสนุนให้บุคคลอื่นใดกระทำการดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ด้าน นายสมชาย แสงรัตนมณีเดช รองอธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า สำหรับผู้ที่ต้องเสียภาษีมรดก อยากฝากให้ดูข้อกฎหมายให้ดี และมาเสียตามหน้าที่ เพราะหากตรวจเจอว่าไม่มาเสีย จะถูกยึด ถูกปรับเงินเพิ่มขึ้นอีกหลายบาท ซึ่งภาษีการรับมรดก ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ล้วนมีเป้าหมายในสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในสังคม และเป็นการช่วยกระจายภาระภาษี หารายได้เข้ารัฐ ให้การใช้ทรัพยากรของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหลักการดังกล่าว จะไม่กระทบต่อคนยากจน และคนที่มีฐานะปานกลางนั่นเอง

NjpUs24nCQKx5e1D7jQHq8Gpc6P8oYq2lVDHksKdWL1

ท้ายที่สุดแล้ว การเก็บภาษีมรดกจะสามารถลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้ จริงหรือ?

ท้ายที่สุดแล้ว พ.ร.บ. ดังกล่าว จะเกิดประสิทธิภาพตามเป้าหมายมากน้อยแค่ไหน รวมทั้งจะสามารถลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้จริงหรือไม่ ยังคงต้องติดตามกันต่อไป.

 

ขอบคุณที่มา     http://www.thairath.co.th

Read More

EyWwB5WU57MYnKOuX7I9fjqzs7fzNlIKsvQmVQEJU9IVtkPczxCf5Y

บังคับใช้ภาษีมรดก1ก.พ.นี้ลุ้นเก็บภาษีผู้ตายปีละแสนราย-เผยทองคำ-ประกันไม่เสียภาษี

aHR0cDovL3AyLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNjkvMzQ4OTU3L21vbjEzMDE1OTMuanBn

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 12 มกราคม ที่ประชุมมีมติรับทราบตามที่กระทรวงการคลังเสนอเรื่องกฎหมายลำดับรองออกตามความในพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีการรับมรดก พ.ศ.2558 และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 40) พ.ศ.2558 อันประกอบด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาในการแจ้งการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับการโอนอสังหาริมทรัพย์โดยทางมรดก ซึ่งออกเป็นร่างพระราชกฤษฎีกาจำนวน 1 ฉบับ และร่างกฎกระทรวงจำนวน 6 ฉบับ รวมเป็นกฎหมายลูกที่ออก 7 ฉบับ

นายกฤษฎากล่าวว่า พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดกจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 ซึ่งครบ 180 วันหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปเมื่อ 5 สิงหาคม 2558 ซึ่งกฎหมายลูกทั้ง 7 ฉบับมีสาระสำคัญคือ บุคคลที่ยกเว้นภาษีมรดก เพิ่มเติมจากสามีภรรยา อาทิ มรดกที่บริจาคสำหรับกิจการศาสนา กิจการศึกษา หรือกิจการสาธารณประโยชน์ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ วัดวาอาราม สภากาชาดไทย มูลนิธิหรือสมาคมตามประกาศของกระทรวงการคลัง สถาบันอุดมศึกษาเอกชนและโรงเรียนเอกชน บุคคลหรือองค์กรระหว่างประเทศตามข้อผูกพันตามกฎหมายระหว่างประเทศ สหประชาชาติ สถานทูต สถานกงสุล บุคคลในคณะทูต คณะกงสุล

“ในส่วนของการบริจาคนั้นผู้รับมรดกต้องแจ้งให้กรมสรรพากรทราบภายใน 15 วัน และต้องรายงานการใช้ทรัพย์สินให้กรมสรรพากรทราบทุกปีเป็นเวลา 9 ปี เพื่อดูว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ผู้ให้มรดกแจ้งไว้หรือไม่ ถ้าทำผิดวัตถุประสงค์ต้องเสียภาษีตามกฎหมายทันที” นายกฤษฎากล่าว

นายกฤษฎากล่าวว่า สำหรับทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีประกอบด้วย อสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย หลักทรัพย์ที่ออกโดยนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยหรือจัดตั้งตามกฎหมายไทย เงินฝากหรือเงินสด ที่อยู่ในสถาบันการเงิน ที่อยู่ในประเทศไทย และยานพาหนะที่จดทะเบียนในประเทศไทย ส่วนทองคำ และผลประโยชน์จากประกันชีวิตนั้นไม่อยู่ในทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีตามกฎหมาย พร้อมกันนี้ยังมีการกำหนดหลักเกณฑ์การหักภาระที่ถูกรอนสิทธิในการคำนวณมูลค่ามรดกที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้รับมรดกยังไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ เนื่องจากอาจติดสิทธิการเช่าจากเจ้าของเดิม จะให้มีการหักลดมูลค่าสินทรัพย์ที่จะเสียภาษีตามจำนวนปีที่ยังมีผู้เช่า

นายกฤษฎากล่าวว่า ส่วนการตีมูลค่าทรัพย์สินนั้นให้ใช้ราคาตลาดในวันที่รับมรดก ซึ่งในการเสียภาษีนั้นต้องดำเนินการภายใน 150 วันนับจากวันที่รับมรดก รวมถึงในกฎหมายกำหนดให้เจ้าพนักงานที่ดิน แจ้งถึงการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมมายังกรมสรรพากรภายในวันที่ 20 และวันที่ 5 ของแต่ละเดือนอีกด้วย โดยในการเสียภาษีมรดกนั้นกำหนดให้เก็บจากการรับทรัพย์สินในส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท หากเป็นผู้สืบสันดานเสีย 5% บุคคลอื่นเสีย 10% หากยังไม่มีเงินเสียภาษีสามารถผ่อนชำระได้ 5 ปี โดยใน 2 ปีแรกไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม แต่หากเกินกว่า 2 ปีเสียเพิ่ม 0.5%

นายกฤษฎากล่าวว่า พร้อมกันนี้ยังได้ออกกฎหมายลูกเกี่ยวกับการรับให้เป็นการโอนและรับทรัพย์สินในช่วงที่ผู้ให้มีชีวิตอยู่ ให้สอดคล้องกันด้วยในเรื่องของการบริจาค และยกเลิกการยกเว้นเงินได้การโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายโดยไม่มีค่าตอบแทน บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายที่สามารถรับทรัพย์สินแบบไม่เสียภาษีหากไม่เกิน 20 ล้านบาทต่อปีนั้นไม่รวมบุตรธรรม

แหล่งข่าวจากกรมสรรพากรกล่าวว่า ในแต่ละปีมีสถิติคนไทยเสียชีวิตประมาณ 4 แสนราย โดยในจำนวนนี้ 1 แสนรายนั้นมีการจัดตั้งผู้จัดการมรดก เพื่อแบ่งหรือโอนทรัพย์สินแต่ยังไม่ทราบว่าในจำนวนนี้มีทรัพย์สินเกินกว่า 100 ล้าน ที่เข้าข่ายต้องเสียภาษีกี่ราย

 

ขอบคุณที่มา    http://money.sanook.com

Read More

p19l8fot671n15b6a1dqsh27eb25

ภาษีและการบริหารการเงิน[ซีรีส์] ตอน เงินฝาก ที่ดอกเบี้ยไม่ต้องเสียภาษี

aHR0cDovL3AyLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNjkvMzQ5MDM1L21iYi5qcGc=

การลดหย่อนภาษี เป็นสิทธิพิเศษที่ทางการสนับสนุนด้วยวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันไป ที่ผ่านมาเรานำเสนอค่าหักลดหย่อนภาษีทั้งจาก การหักค่าใช้จ่าย และ การลงทุนในบางประเภทไปแล้ว แต่ยังมีสิทธิทางภาษีอีกรูปแบบหนึ่ง ที่เป็นการยกเว้นรายได้บางประเภทที่ไม่ต้องนำมายื่นภาษี นั้นก็คือ ดอกเบี้ยจากเงินฝากบางประเภทที่ กรมสรรพากรมีประกาศเพื่อยกเว้นไม่ต้องนำรายได้จาก ดอกเบี้ยเงินฝากเหล่านี้มายื่นภาษี

ทั้งนี้โดยปรกติรายได้จากดอกเบี้ยเงินฝาก ถือเป็นรายได้ประเภทหนึ่งที่ต้องนำมายื่นคำนวณภาษีด้วย แต่มีบางประเภทที่ได้รับสิทธิยกเว้นไม่ต้องนำมาเสีย และมีเงื่อนไขที่ต้องรู้ วันนี้มาดูกันว่ามีเงินฝากอะไรบ้างที่ดอกเบี้ยเหล่านั้นได้รับการยกเว้นภาษีกันครับ

เงินฝากออมทรัพย์จากสหกรณ์ออมทรัพย์
ทั้งนี้ต้องเป็นสหกรณ์ที่ จัดตั้งตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ โดยผู้มีเงินได้ต้องเปิดบัญชีเงินฝากขึ้นใหม่โดยเฉพาะแยกต่างหากจากบัญชีเงินฝากประเภทอื่น

เงินฝากเผื่อเรียกจากธนาคารออมสินและธนาคารเกษตรและสหกรณ์(ธ.ก.ส.)

สำหรับเงินฝากเผื่อเรียกนี้ ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีจากดอกเบี้ยที่เราได้รับทั้งจำนวน รวมไปถึง เงินฝากเผื่อเรียกแบบพิเศษด้วย และยังรวมไปถึง รางวัลสลากต่างๆที่เราได้รับจากการลงทุนในสลากออมสินและสลาก ธ.ก.ส. จะได้รับการยกเว้นภาษีเช่นเดียวกันครับ

เงินฝากออมทรัพย์ธนาคารพาณิชย์
เงินฝากธนาคารออมทรัพย์สำหรับธนาคารพาณิชย์ทั่วไป ก็ได้ยกเว้นภาษีเช่นเดียวกัน แต่กฎหมายกำหนดให้จำกัดจำนวนดอกเบี้ยสูงสุดไว้ที่ 20,000 บาทเท่านั้น และให้หมายความรวมถึงบัญชีออมทรัพย์ประเภทต่างๆ เช่น ฝากไม่ประจำ ออมทรัพย์พิเศษด้วย

เงินฝากประจำปลอดภาษี

สำหรับดอกเบี้ยที่ได้รับจากเงินฝากประจำรายเดือนติดต่อกัน โดยมีระยะเวลาไม่น้อยกว่า 24 เดือน และมีเงินฝากแต่ละครั้งไม่เกิน 25,000 บาท หรือรวมทั้งหมดไม่เกิน 600,000 บาท จะได้รับสิทธิยกเว้นรายได้ส่วนนี้

เงินฝากประจำสำหรับผู้สูงอายุ

ต้องเป็นเงินฝากประจำที่มีระยะเวลาตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป โดยได้รับดอกเบี้ยเงินฝากไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี โดยผู้ฝากต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 55 ปี ถึงจะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีจากดอกเบี้ยนี้

ทั้งหมดคือรายได้จากดอกเบี้ยเงินฝากที่ได้รับยกเว้นภาษีนะครับ ใครที่มีเงินฝาก หรือซื้อสลากของออมสิน และธ.ก.ส. อย่าลืมรักษาสิทธิของตัวเองให้ดีนะครับ

 

ขอบคุณที่มา    money.sanook.com

Read More

p19l8fot671n15b6a1dqsh27eb25

ภาษีและการบริหารการเงิน[ซีรีส์]ตอน ฟรีแลนซ์ กับ การลดหย่อนภาษี

montax070159 (1)

อาชีพอิสระ หรือ ฟรีแลนซ์กำลังเป็นเทรนด์ เป็นที่นิยมของคนรุ่นใหม่มากขึ้น เพราะปัจจุบันสามารถทำรายได้เลี้ยงตัวได้ และ โดยไม่ต้องผูกมัดกับระเบียบขององค์กร ทำให้มีความอิสระ ขอเพียงมีความสามารถมีความรับผิดชอบทำงานตามเงื่อนไขตามกำหนดระยะเวลา ตรงกับรสนิยมของคนรุ่นใหม่ที่ชอบดำเนินชีวิตอิสระจำนวนมาก

อย่างไรก็ตามผู้ที่ทำงานอิสระ หรือ เป็นฟรีแลนซ์ ถือเป็นผู้มีรายได้ ที่มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้ตามกฎหมายด้วย แล้ว ต้องเสียภาษีอย่างไร และจะมีวิธีลดหย่อนภาษีอย่างไรบ้าง…วันนี้มาดูกันครับ

ก่อนอื่นต้องเขาใจก่อนว่า ฟรีแลนซ์ ถือเป็นผู้มีเงินได้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในประเภท ค่าจ้างทำของ ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ตามกฎหมายของผู้มีเงินได้ ตามมาตรา 40 (2)คือเงินได้จากการรับจ้างทำงานให้ หรือค่านายหน้า มาตรา40(7) คือเงินได้จากการรับเหมา และ 40(8) คือ เงินได้อื่นๆ

ทั้งนี้ ในการลดหย่อนภาษี กฎหมายกำหนด การหักลดหย่อนไว้แตกต่างกันคือ
-เงินได้จากการรับจ้างทำงานให้ หรือค่านายหน้า : หักค่าใช้ได้ตามจริงหรือหักค่าใช้จ่ายเหมาจ่ายได้ 40%แต่ ไม่เกิน 60,000 บาท
-เงินได้จากการรับเหมา : หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่ายได้ 70% หรือหักค่าใช้จ่ายได้ตามจริง
-เงินได้อื่นๆ : เลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริง หรือแบบเหมาตามอัตราที่สรรพากรกำหนด เช่น
เงินได้จากการให้เช่าบ้าน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง (40(5)) หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่ายได้ 30%
เงินได้จากวิชาชีพอิสระ (วิศวกร สถาปนิก นักกฎหมาย บัญชี ปราณีตศิลป์)หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่ายได้ 30% แต่ถ้าเป็นวิชาชีพแพทย์ หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่ายได้ 60%
เงินได้จากการรับเหมา หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่ายได้ 70%

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการคำนวณภาษี ของอาชีพอิสระ หรือ ฟรีแลนซ์นี้ กฎหมายกำหนดไว้ 2 แบบ นั่นคือ วิธีเงินได้สุทธิ และวิธีเงินได้พึงประเมิน แล้วเลือกเอาว่าแบบใดเสียภาษีมากกว่า ท่านว่าให้เอาแบบนั้น จำไว้ให้ดีนะครับ แบบไหนเราเสียภาษีมากกว่า ท่านให้ใช้แบบนั้นในการเสียภาษี

มาดูตัวอย่างของการคำนวณภาษีเพื่อความเข้าใจกันนะครับ
1วิธีหาเงินได้สุทธิ โดย นำรายได้หรือเงินได้ ไปหักด้วยค่าใช้จ่าย และตามด้วยหักค่าลดหย่อน ซึ่งกระบวนการนี้ก็เหมือนกับผู้มีรายได้จากเงินเดือนอย่างเดียว หรือมนุษย์เงินเดือนนั้นเอง แต่ ที่แตกต่างกัน คือ การหักค่าลดหย่อน เพราะ ฟรีแลนซ์ มีหลักเกณฑ์การหักค่าลดหย่อนตามเงื่อนไขตามที่เรายกมาข้างต้นครับ เช่น

นาย ก. มีรายได้ทั้งปี 1,000,000 บาท มีใบเสร็จเพื่อหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับงานรับเหมาตลอดทั้งปีได้รวม 500,000 บาท เพื่อให้ง่ายในการคิด สมมุติให้นาย ก.เป็นคนโสด และไม่มีค่าลดหย่อนใดเพิ่มนะครับ

การคำนวณภาษีของ นาย ก. คือ
เงินได้ 1,000,000 บาท
หักค่าใช้จ่าย 70% เท่ากับ 700,000 บาท
หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 30,000 บาท
เงินได้สุทธิ 270,000 บาท

จากตัวอย่าง จะเห็นได้ว่า แม้จะมีใบเสร็จเพื่อหักค่าใช้จ่ายได้เพียง 500,000 บาท แต่สามารถหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่ายได้ถึง 700,000 บาท ตามเงื่อนไขของกฎหมายที่ให้หักได้ 70 %
ดังนั้น จากเงินได้สุทธิของนาย ก. คือ 270,000 บาท เป็นรายได้ที่นำไปคำนวณภาษีตามอัตรา 0- 35 %
150,000 บาทแรก ภาษี 0% ไม่ต้องเสียภาษี
150,001 – 270,000 ภาษี 5 % คิดเป็นเงินภาษี (270,000 – 150,000) x 5 % = 6,000 บาท
สรุปนาย ก.ต้องเสียภาษี 6,000 บาท

แต่ทั้งนี้ กฎหมายบอกว่า ยังมีวิธีคำนวณภาษีสำหรับ อาชีพอิสระ หรือ ฟรีแลนซ์ คือ วิธีเงินได้พึงประเมิน ซึ่งมีวิธีคำนวณ ดังนี้

ภาษีวิธีเงินได้พึงประเมิน = เงินได้พึงประเมิน (ยกเว้นเงินเดือน) x 0.5% (หรือคูณด้วย 0.005)

เท่ากับ 1,000,000 x 0.005 = 5,000 บาท
จากวิธีคำนวณภาษีทั้งสองแบบ จะเห็นได้ว่า วิธีแรก มีภาษีต้องจ่ายสูงกว่า คือ 6,000 บาท ซึ่งทางกรมสรรพากรบอกว่าต้องใช้วิธีแรกในการเสียภาษี เพราะท่านให้เลือกวิธีที่มีภาษีสูงกว่าครับ

จากตัวอย่างที่ยกมา กำหนดเงื่อนไขให้ผู้เสียภาษีเป็นคนโสด ที่ไม่มีค่าลดหย่อนใดๆเพิ่มเติม แต่ ในความเป็นจริงแล้วหาก คนทำงานอาชีพอิสระต้องการลดหย่อนภาษีก็เลือกที่จะลงทุน หรือ สมัครในกองทุนสวัสดิการสังคมที่สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้เช่นเดียวกับมนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย เช่น

กองทุนประกันสังคม ก็สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนเองได้ตามมาตรา 39 หรือ มาตรา 40 ได้ และได้สิทธิลดหย่อนภาษีตามเงื่อนไขคือหักได้ตามจ่ายจริง

ลงทุนในกองทุนระยะยาว อย่างเช่น LTF และ RMF

ซื้อประกันแบบออมระยะยาว

หรือการซื้อบ้านที่อยู่อาศัยก็สามารถนำดอกเบี้ยมาหักลดหย่อนภาษีได้

โดยรวมแล้ว สิทธิการลดหย่อนภาษีของ ฟรีแลนซ์ ไม่ต่างกับมนุษย์เงินเดือน แต่ที่ต่างกันชัดเจนและต้องทำความเข้าใจก็คือ ลักษณะงานที่ทำว่าเข้าข่ายรายได้ประเภทใด ซึ่งจะมีค่าหักลดหย่อนแตกต่างกันตามที่ยกมา และหากสนใจว่าค่าลดหย่อนภาษีต่างๆของผู้มีเงินได้มีอย่างไรบ้างก็กลับไปอ่านบทความใน ซีรีย์ตามลิงค์ด้านล่างได้เลยครับ

ขอบคุณแหล่งข้อมูล

-http://www.rd.go.th/

-http://tax.bugnoms.com/5-tax-planning-freelance/

-http://www.moneycoach4thai.com/

 

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องได้ที่นี้

-ภาษีและการบริหารกาเงิน[ซีรีส์] ตอน รู้ยัง! ทำงานมีรายได้ ต้องจ่ายภาษีหรือไม่อย่างไร…?

-ภาษีและการบริหารกาเงิน[ซีรีส์] ตอน มนุษย์เงินเดือน ลดหย่อนภาษีจากอะไรได้บ้าง..?

-ภาษีและการบริหารการเงิน[ซีรีส์] ตอน เงินเดือน 30,000 บาทลงทุนอะไรดี ที่ทำให้ไม่ต้องเสียภาษี.?

-ภาษีและการบริหารการเงิน[ซีรีส์] ตอน ใครควรลงทุนใน LTF และลงทุนอย่างไร ?

-ภาษีและการบริหารการเงิน[ซีรีส์] ตอน RMF ลงทุนอย่างไร จึงคุ้มค่า….ใครเหมาะจะลงทุน?

 

ขอบคุณที่มา    http://money.sanook.com/347011/

Read More

14484711571448471289l

‘สมคิด’ เดินหน้าทุกเครื่องยนต์ขับเคลื่อนศก. ลุยเก็บภาษีที่ดิน

EyWwB5WU57MYnKOuX7JxrQQNftFmErrhzWo2khuyvFhveRDjXWd7wX

“สมคิด” เผย ไทยมีปัญหาจากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เร่ง เดินหน้าขับเคลื่อน ศก.ปี 59 มุ่งฟื้น ศก.ระดับฐานราก ระบุ ไม่ห่วงปัญหาศก.ชะลอตัว ชี้ ห่วงคนในประเทศขัดแย้ง ขอทุกฝ่ายร่วมกันแก้ปัญหา…

เมื่อวันที่ 6 ม.ค.59 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “แนวโน้มเศรษฐกิจปี 59″ ในการสัมมนาใหญ่ประจำปีของสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ว่า กังวลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มดีขึ้นจนต้องขยับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยตามที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ประเมินไว้จะรับมือกับเงินทุนไหลเข้าสหรัฐฯได้หรือไม่ และกระทบกับประเทศอื่นที่มีปัญหาเงินทุนไหลอย่างไรบ้าง ท่ามกลางเศรษฐกิจจีนมีปัญหาชะลอตัว ยุโรปยังไม่ดีขึ้น ประเทศเกิดใหม่ยังอ่อนแอ ไอเอ็มเอฟจึงคาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวร้อยละ 3.6 ในปี 2559

สำหรับเศรษฐกิจไทย ยังมีปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำจากปัญหาราคาน้ำมันปรับลดลง รัฐบาลจึงต้องมุ่งให้การช่วยเหลือเกษตรกร แม้หลายคนมองว่าเศรษฐกิจปีนี้อาจไม่สดใส แต่รัฐบาลมองว่าเป็นความท้าทาย เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์จีดีพีขยายตัวร้อยละ 3.5 ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดการณ์ว่าจีดีพีขยายตัวร้อยละ 3-4 ส่วนไอเอ็มเอฟมองว่าขยายตัวร้อยละ 2.5

“รัฐบาลจึงต้องผลักดันเครื่องยนต์ทุกตัวให้ทำงานเพื่อหวังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เนื่องจากการส่งออกยังมีสัดส่วนร้อยละ 70 ของเศรษฐกิจประเทศ กระตุ้นการบริโภคของประชาชน การลงทุนภาครัฐจะต้องเร่งเดินหน้าทุกส่วนเพื่อเป็นตัวนำในการลงทุนของเอกชน และเดินหน้าออกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างเต็มสูบ”

ทั้งนี้ รัฐบาลได้ประกาศแผนดำเนินงานปี 2559 ได้แก่ การช่วยเหลือเกษตรกร การส่งเสริมผู้ประกอบการใหม่ การส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชนด้านต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการลงทุนเพิ่มขึ้น การเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รถไฟฟ้าเส้นทางต่าง ๆ โดยปีนี้จะผลักดันการสร้างรถไฟฟ้าไทย-จีนให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน และการขับเคลื่อนผ่านนโยบายการคลัง โดยต้องเดินหน้าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อเก็บรายได้จากทรัพย์สินมาพัฒนาประเทศ การปรับโครงสร้างภาษีเพื่อให้จัดเก็บภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม ไม่เป็นห่วงปัญหาเศรษฐกิจที่ชะลอตัวขณะนี้ แต่เป็นห่วงคนในประเทศที่ยังมีความขัดแย้ง จึงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเข้ามาร่วมกันแก้ปัญหา จากนั้นจึงส่งต่อให้รัฐบาลชุดต่อไปในช่วงหนึ่งปีครึ่งข้างหน้า จึงมอบหมายให้สำนักงบประมาณเตรียมจัดสรรงบที่มีอยู่จำนวนหนึ่งนำออกมาพัฒนา ส่วนที่จำเป็น เพราะรัฐบาลคงไม่เน้นการช่วยเหลือผ่านการให้เงินชดเชยสินค้าเกษตรด้านต่างๆ เพราะเป็นการช่วยเหลือระยะสั้น จะสร้างภาระงบประมาณเพิ่มภายหลัง จึงต้องการสร้างความยั่งยืนให้เกษตรกรระยะยาว.

 

ขอบคุณที่มา    http://www.thairath.co.th/content/558909

Read More

4DQpjUtzLUwmJZZGXY80teT6avGWQvsFY2fYz9aWgJlZ

“ฮอนด้า” ขึ้นราคารับโครงสร้างภาษีใหม่ เริ่มต้น 2 หมื่นบาทสูงสุด 5.5 หมื่นบาทต่อคัน

EyWwB5WU57MYnKOuX7JzOAwW1E64XhQDVtcAQm7Pn1dcc3VEaqmsPc

นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. บริษัทฯ ได้ปรับราคารถยนต์ฮอนด้า เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ ตามปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สำหรับ โครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ มีผลต่อการปรับเปลี่ยนราคารถยนต์รุ่นต่างๆที่ออกจากโรงงานผลิตตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา ดังนี้ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ราคาใหม่ 1.025 ล้านบาท-1.620 ล้านบาท ปรับสูงขึ้นจากเดิม 37,000-55,000 บาท, ฮอนด้า เอชอาร์-วี ราคาใหม่ 933,000-1,099,000 บาท ปรับสูงขึ้น 24,000-54,000 บาท, ฮอนด้า ซิตี้ รุ่นเครื่องยนต์ซีเอ็นจี ราคาใหม่ 632,000-731,000 บาท ปรับสูงขึ้น 20,000 บาท

ขณะที่ ฮอนด้า ซิตี้ รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน, ฮอนด้า แจ๊ซ, ฮอนด้า บริโอ้ อเมซ และ ฮอนด้า อเมซ ยังคงยืนราคาเดิม และฮอนด้า ซีวิค, ฮอนด้า แอคคอร์ด, ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ฮอนด้า โมบิลิโอ จะมีการปรับราคาใหม่ในเร็วๆนี้ ทั้งนี้ บริษัทฯ เห็นว่าการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตดังกล่าว เป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ช่วยส่งเสริมการพัฒนาด้านเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมยานยนต์
แม้ว่าส่งผลกระทบต่อรถยนต์ฮอนด้าบางรุ่น แต่บริษัทฯ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้อยู่ในเกณฑ์ของโครงสร้างภาษีใหม่ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อราคาหรือกระทบน้อยที่สุด.

 

ขอบคุณที่มา   http://www.thairath.co.th/content/558108

Read More

NjpUs24nCQKx5e1D7sB6tAuPCdhCI9Lu5225iX332Ex

รัฐออก พ.ร.ก.นิรโทษกรรมภาษีเอสเอ็มอี บังคับใช้แล้ว 1 ม.ค. 59

EyWwB5WU57MYnKOuX7I9fjqzs7fzNlIKsvQmVQEJU9IVtkPczxCf5Y

รัฐออก พ.ร.ก.นิรโทษกรรมภาษีเอสเอ็มอี ปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมาย รอบบัญชีปี 58 มีผลบังคับใช้แล้ว 1 ม.ค. 59 ให้ได้รับยกเว้นตรวจสอบชำระภาษี เว้นพวกที่มีคดีค้างเก่า หรือออกใบกำกับภาษีปลอม…

มีรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ พ.ร.ก.ยกเว้นและสนับสนุนการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร ตามประมวลรัษฎากร พ.ศ. 2558 โดยมีทั้งสิ้น 9 มาตรา เพื่อเป็นการนิรโทษกรรมให้กับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมายด้านภาษีอากร มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.

ส่วนเหตุผลในการออก พ.ร.ก.นี้ ระบุว่า เพื่อให้ระบบการจัดเก็บภาษีเงินได้สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น และเป็นการสนับสนุนให้มีการจัดทำบัญชีให้สอดคล้องกับสภาพข้อเท็จจริงของกิจการ ซึ่งหากไม่ดำเนินการโดยเร่งด่วน จะส่งผลให้รัฐต้องสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษี อันจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ ประกอบกับเป็นกฎหมายเกี่ยวด้วยภาษีอากรที่ต้องพิจารณาโดยด่วนและลับ จึงจำเป็นต้องตรา พ.ร.ก.นี้

 

ขอบคุณที่มา    http://www.thairath.co.th/content/557873

Read More